
วิตามินดูแลร่างกายอาจจะดูเป็นเรื่องของผู้ใหญ่วัย 40 ขึ้นไป ซึ่งต้องดูแลตัวเองให้ดี ๆ เพื่อให้มีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง แต่ก็ใช่ว่าวัยรุ่นอย่างเด็กสาววัย 20 ต้น ๆ จะดูแลตัวเองให้ดีอย่างนี้ไม่ได้ เพราะยิ่งดูแลตัวเองได้เร็วเท่าไร ก็จะยิ่งเสริมความแข็งแรงให้ร่างกาย รวมทั้งป้องกันโรคร้ายต่าง ๆ ได้มากเท่านั้น
อีกทั้งองค์การอนามัยโลกเขาก็สนับสนุนให้เด็กสาววัยรุ่นที่มีอายุอยู่ในช่วง 20 ปี เริ่มกินวิตามินดูแลร่างกายได้แล้ว เพราะนอกจากจะเป็นการเสริมสร้างสุขภาพที่ดี ก็ยังจะช่วยให้สาว ๆ เติบโตอย่างสมบูรณ์ เป็นสาวสะพรั่งเต็มตัวอีกด้วย และถ้าใครที่เป็นสาวรักสุขภาพตัวยงซึ่งกำลังอยากหาวิตามินดี ๆ บำรุงร่างกายอยู่ล่ะก็ มาดูข้อมูลจากเว็บไซต์ eHow ที่เขาแนะนำวิตามินตัวจี๊ดที่เหมาะกับสาววัย 20 กันก่อนดีกว่า

บำรุงวัยเจริญพันธุ์
จริง ๆ แล้วมีวิตามินที่ช่วยส่งเสริมให้ร่างกายของสาววัย 20 ปีสมบูรณ์แข็งแรงอยู่หลายตัว แต่ถ้าอยากบำรุงระบบเจริญพันธุ์ในร่างกายให้แข็งแรงก็ต้องยกให้เหล่าวิตามินบี โดยเฉพาะวิตามินบี 6 ซึ่งพบมากในอาหารที่ให้โปรตีน ได้แก่ ถั่วเหลือง ตับสัตว์ ไข่ และนม เพราะวิตามินบี 6 จะช่วยบรรเทาและป้องกันอาการ PMS หรืออาการก่อนมีประจำเดือนของผู้หญิงได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นอาการคัดหน้าอก ตัวบวม และอารมณ์อาร์ตตัวแม่วิตามินบี 3 มีส่วนช่วยกระตุ้นฮอร์โมน พบมากในเนื้อสัตว์ทุกชนิด เครื่องในสัตว์ ถั่วเมล็ดแห้ง รำข้าว และยีสต์ ส่วนโฟเลท หรือวิตามินบี 9 เป็นวิตามินที่สำคัญกับร่างกายของผู้หญิงทุกวัยที่กำลังตั้งครรภ์ เนื่องจากวิตามินบี 9 มีส่วนช่วยบำรุงให้อวัยวะภายในร่างกายของผู้หญิงทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมทั้งป้องกันเด็กในท้องให้คลอดออกมาได้อย่างปลอดภัยดังนั้น ผู้หญิงคนไหนที่กำลังตั้งครรภ์ก็ควรรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยโฟเลท หรืออย่างน้อย ๆ ก็ต้องได้รับโฟเลทในปริมาณ 400 ไมโครกรัมต่อวัน เช่น ตับ ซึ่งจะให้โฟเลทในปริมาณ 30-50 ไมโครกรัม, ผักใบเขียว มีโฟเลทอยู่ 9 ไมโครกรัม และน้ำส้มคั้นสด ๆ ที่คั้นแล้วดื่มเลยทันที ซึ่งจะมีโฟเลทอยู่ที่ 50-100 ไมโครกรัม เพื่อให้ร่างกายได้รับโฟเลทในจำนวนที่พอเพียง และเพื่อความปลอดภัยของทั้งแม่และเด็กในท้องด้วยค่ะนอกจากนี้คุณแม่ควรหาอาหารเสริมประเภทวิตามินรวมสำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์มารับประทาน โดยควรให้แพทย์เป็นผู้สั่งยาบำรุงให้ เพราะวิตามินรวมที่แพทย์สั่งจะมีกรดโฟลิกในปริมาณที่เหมาะสม และเพียงพอต่อร่างกายของผู้หญิงตั้งครรภ์ และทางที่ดีไม่ควรหาซื้อยาบำรุงครรภ์กินเอง เนื่องจากมักจะมีส่วนผสมของสมุนไพร ซึ่งอาจจะมีอันตรายต่อลูกรักในครรภ์ได้นั่นเองค่ะ

บำรุงระบบประสาท
ในช่วงอายุ 20 ปี จะเป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มสะสมความเครียดบ้างแล้ว เราจึงต้องหาวิตามินมาบำรุงระบบประสาทและสมองให้ทำงานได้อย่างดี และวิตามินที่จะช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบประสาทก็คือ วิตามินบีอีกเช่นกัน แต่ให้เน้นรับประทานวิตามินบี 1 หรือกรดไธอามีน พบมากในอาหารประเภทยีสต์ เมล็ดข้าวไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลเกรน ขนมปังโฮลวีท อีกทั้งเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองด้วย โดยเฉพาะคนที่มักจะมีอาการเหน็บชาอยู่บ่อย ๆ ก็ควรเสริมวิตามินบี 1 ให้ร่างกายเยอะ ๆ ด้วยนะจ๊ะส่วนคนที่มีโรคลมชักเป็นโรคประจำตัว หรือใจสั่นอยู่บ่อย ๆ ควรต้องให้ร่างกายได้รับวิตามินบี 6 อย่างพอเพียง เพราะวิตามินบี 6 ที่พบมากในอาหารประเภท ถั่วเหลือง ตับสัตว์ ไข่ และนม จะช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ได้อยู่หมัดนอกจากนี้ควรต้องรับประทานวิตามินบี 12 ร่วมด้วย เนื่องจากวิตามินบี 12 ก็มีส่วนสำคัญมาก ๆ ในด้านบำรุงระบบประสาทของร่างกาย และช่วยในเรื่องความจำ ซึ่งถ้าอยากให้ร่างกายได้รับวิตามินบี 12 ก็ต้องรับประทานเนื้อสัตว์ ตับ ไข่แดง เนย อาหารหมักดองด้วย

บำรุงผม ผิว และเล็บ
วัยกำลังโตเป็นสาวเต็มตัวอย่างนี้ควรเลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และต้องกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย รวมทั้งควรหาวิตามินเอ ซึ่งพบมากผักที่มีสีเหลือง แดง และเขียวทุกชนิด วิตามินบี ที่หาได้จากเนื้อสัตว์ ธัญพืช นม และไข่ และโฟเลท ซึ่งมีมากในผักใบเขียว ตับ และน้ำส้มคั้นสด ๆ มาบำรุงร่างกาย เพื่อให้ระบบเซลล์ทำงานอย่างเป็นปกติ และมีการไหลเวียนอย่างดีโดยเฉพาะโฟเลท ที่มีส่วนสำคัญกับเซลล์เม็ดเลือดแดงเป็นอย่างมาก ซึ่งถ้าร่างกายได้รับโฟเลทอย่างพอเพียง ก็จะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก ส่งผลให้ผิวดูสุขภาพดีและเปล่งปลั่งสมวัย รวมทั้งผมและเล็บก็ได้รับผลพลอยได้จากความสมบูรณ์ของร่างกายด้วยค่ะร่างกายที่เพิ่งพ้นวัยรุ่นมาหมาด ๆ และกำลังจะก้าวเข้าสู่วัยสาวอย่างเต็มตัว เป็นช่วงชีวิตที่มีความสำคัญมาก ๆ เพราะในอนาคตข้างหน้าสุขภาพร่างกายจะแข็งแรงสมบูรณ์แค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับการบำรุงดูแลกันตั้งแต่ตอนนี้นะคะ
ใส่ส้นสูงอย่างไรไม่ให้เจ็บเท้า
วันนี้เรามีมาบอก

รองเท้าสูงนี่จะว่าไปก็เหมือนกับเป็น อวัยวะส่วนที่ 33 ของผู้หญิงเราเลยนะคะ ก็ใส่แล้วสวยมั่น เซ็กซี่ ต่อขาเพิ่มความสูงให้ ช่วยให้หุ่นเพรียวดูดีขึ้น อัพความมั่นใจมาให้เพียบ แต่เมื่อมีข้อดีมันก็มีข้อเสียตามมาเหมือนกัน เพราะอย่างที่รู้ว่าเมื่อใส่รองเท้าส้นสูงนาน ๆ แล้วไม่ดีต่อสุขภาพจริง ๆ ทั้งเจ็บเท้า ปวดน่อง ปวดหลัง งั้นถ้าอยากจะสวยมั่นด้วยรองเท้าส้นสูงแบบไม่ต้องโอดโอยเจ็บเท้าทีหลัง ต้องทำอย่างไรบ้าง เรามีคำตอบมาให้ค่ะ
1. เลือกส้นสูง ที่ไม่สูงเว่อร์ รองเท้าส้นสูงใช่ว่ายิ่งสูงแล้วจะยิ่งดี เพราะยิ่งสูงมากคุณก็จะยิ่งทรงตัวยาก พาลให้เดินหัวทิ่มหัวตำกันได้ง่าย ๆ ถ้าใส่แล้วต้องเดินเตาะแตะหรือต้องเกาะใครให้ช่วยพยุงเดินอยู่ตลอดเวลา เท่านี้ก็รู้แล้วล่ะว่ามันไม่เวิร์คกับคุณแน่นอน เอาแบบที่ใส่แล้วเดินได้ ยืนสะดวก ทรงตัวได้ดีไม่โงนเงนดีกว่านะ
2. ใส่นานนักก็พักเท้าบ้าง
ยามใส่รองเท้าส้นสูงนาน ๆ หากเป็นไปได้ก็ควรหาเวลาพักเท้าบ้าง ถ้าคุณเป็นสาวออฟฟิศ ยามที่นั่งทำงานประจำโต๊ะเฉยๆ ก็ถอดมันออกได้นะคะ ถอดออกมาแล้วก็ขยับเท้า เหยียดขาไล่ความปวดเมื่อยไปบ้าง ซึ่งนอกจากได้พักเท้าพักขาแล้ว คุณยังได้พักหลังไปในตัวด้วย 3. เลือกส้นสูงที่มีแบรนด์หรือที่ออกแบบจากนักออกแบบรองเท้าจริง ๆ ดีกว่า
รองเท้าส้นสูงแบรนด์เนมหรือแบบที่ออกแบบโดยนักออกแบบรองเท้าจริง ๆ ดูจะเป็นมิตรกับเท้า น่อง และหลังของคุณมากกว่ารองเท้าส้นสูงแฟชั่นที่หาซื้อได้ทั่ว ๆ ไป เพราะกว่ารองเท้าส้นสูงดี ๆ จะผลิตออกมาได้สักรุ่นหนึ่ง ต้องผ่านกระบวนการคิดแล้วคิดอีกของนักออกแบบว่าจะทำอย่างไรให้รองเท้าทั้งสวยและเข้ากับธรรมชาติสรีระของร่างกายที่สุด
4. ถ้ารู้ว่าต้องยืนหรือเดินนาน ๆ เลี่ยงไม่ใส่ส้นสูงได้จะดีที่สุด
ในโอกาสที่คุณรู้ตัวล่วงหน้าแล้วว่างานนี้จะต้องยืนนาน ๆ หรือเดินมาก ๆ ไกล ๆ แน่ ๆ ก็ให้ตัดใจจากรองเท้าส้นสูงเสียดีกว่า แล้วหันมาผูกมิตรกับรองเท้าส้นเตี้ยหรือสูงประมาณ kitten heels ก็พอ แต่ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะต้องยืนหรือเดินนานแค่ไหน จะใส่รองเท้าส้นสูงไปก่อนแล้วพกรองเท้าส้นเตี้ยเบา ๆ สักคู่ไปเปลี่ยนก็ได้ค่ะ
5. เสริมแผ่นรองกระแทกที่ส้นรองเท้า
หาซื้อแผ่นรองส้นเท้าซับแรงกระแทกมาแปะที่ด้านในของรองเท้าส้นสูงคุณดู การมีแผ่นรองกระแทกมาเสริมจะช่วยซับแรงกระแทก และลดแรงกดที่จะลงมาที่ส้นเท้าของคุณลง ก็จะช่วยให้ไม่เมื่อยส้นเท้ามากนักได้
6. ซื้อส้นสูงที่มีพื้นรองเท้าด้านหน้าหนา เลือกซื้อเลือกใส่รองเท้าส้นสูงที่มีพื้นรองเท้าด้านหนาสักนิด จะดีกว่าแบบพื้นรองเท้าด้านหน้าบางๆ เพราะแบบบางจะทำให้เท้าของคุณแอ่นและอยู่ในมุมที่ผิดธรรมชาติมากเกินไป รองเท้าที่พื้นด้านหน้าหนาสักหน่อยจะช่วยเสริมหน้าเท้า ช่วยให้ยืนและเดินได้สบายเท้ามากกว่า แถมยังทรงตัวได้ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับรองเท้าที่มีส้นสูงเท่า ๆ กันด้วยค่ะ
ทีนี้สาวคนไหนอยากสวยมั่นบนรองเท้าส้นสูง ก็อย่าลืมใช้วิธีเหล่านี้ไว้เซฟตัวเองไม่ให้ต้องเจ็บเท้า ปวดน่อง ปวดหลัง กันด้วยนะคะ และที่สำคัญแม้ว่ารองเท้าส้นสูงใส่แล้วจะช่วยให้คุณสวยสง่ามากขึ้นจริง ๆ แต่ก็อย่าใส่นานเกินไป ลองเปลี่ยนลุคเปลี่ยนอารมณ์มาสวยน่ารักชิล ๆ สบาย ๆ แต่ยังมีสไตล์กับรองเท้าส้นเตี้ยบ้างนะจ๊ะ

