
เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งจะได้ฮือฮากับคลิปวิดีโอสาธิตความปลอดภัยบนเครื่องบินสุดเซ็กซี่ จากสายการบินแอร์นิวซีแลนด์ (แอร์ นิวซีแลนด์ ผุดวิดีโอสาธิตบนเครื่องบินสุดเซ็กซี่)ซึ่งได้ร่วมมือกับนิตยสารสปอร์ต อิลลัสเทรต (Sport Illustrate) ส่ง 5 นางแบบสุดสวย มาเป็นผู้สาธิตในคลิปวิดีโอนี้นั่นเอง แล้วรู้ไหมจ๊ะ หนึ่งในสาวๆ ที่ดูแล้วช่างเจริญหูเจริญตาในนั้น เธอคือ คริสตี้ บริงค์ลีย์ นางแบบชาวอเมริกัน โปรไฟล์ของเธออาจไม่ได้หวือหวามากมายเท่าไหร่ แต่ที่น่า ว้าว ! จนอ้าปากค้างก็เป็นเพราะว่า ที่เห็นสวย ๆ เป๊ะๆ อย่างในคลิปวิดีโอนี้น่ะ เธออายุปาเข้าไปเข้าที่ 60 กะรัต แล้วจ้า ... โอ๊ย เชพนางยังเป๊ะเว่อร์จริง ๆ

คริสตี้ บริงค์ลีย์ ในวิดีโอสาธิตความปลอดภัยบนเครื่องบิน สายการบินแอร์ นิวซีแลนด์เครดิต : คริสตี้ เพิ่งจะมีอายุครบ 60 ปีถ้วน เป๊ะไม่ขาดไม่เกินไปเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมานี้เอง นอกจากความเป๊ะที่เธอได้โชว์ให้เป็นในคลิปวิดีโอสาธิตความปลอดภัยบนเครื่องบิน ของสายการบินแอร์ นิวซีแลนด์แล้ว เธอยังได้อวดโฉมหน้าตาสดใสผิดเพื่อนร่วมวัยในคราวเกษียณ พร้อมโชว์เชพเฟิร์มจนสาวๆ อิจฉา ในชุดว่ายน้ำสีฟ้าสวยขึ้นปกนิตยสารพีเพิล (People) ฉบับวันที่ 18 มกราคม 2014 เมื่อลองเทียบดูกับแฟชั่นชุดว่ายน้ำที่เธอเคยถ่ายสมัยยังสาว ก็บอกได้คำเดียวว่า เธอรักษารูปร่างได้ดีมากๆ ซึ่งเธอกระซิบบอกว่า แรงบันดาลใจที่ช่วยให้เธอรักษาสุขภาพและรูปร่างได้เป๊ะขนาดนี้ ก็เป็นเพราะลูกๆ ทั้ง 3 คนของเธอนั่นเอง โดยลูกสาวคนสุดท้องเพิ่งจะอายุ 15 ปีเท่านั้น คริสตี้บอกว่าเธออยากจะอยู่กับลูกๆ ไปให้นานๆ และต้องการที่จะแน่ใจว่า เมื่อใดก็ตามที่ลูกต้องการ เธอก็พร้อมจะไปอยู่เคียงข้างได้เสมอ เลยต้องฟิตดูแลสุขภาพให้ดีแบบนี้แหละ และขอบอกว่าไม่เคยผ่านมีดหมอมาเลยแม้แต่นิด แต่เธอก็ไม่ปิดทางเลือกแอบบอกว่าในอนาคตก็อาจจะมีฉีดบ้างนิดๆ หน่อยๆ

คริสตี้ บริงค์ลีย์ ในนิตสารสปอร์ต อิลัสเทรต ปี 1979 แต่ถ้ากลัวว่ารูปบนปกนิตยสารจะผ่านการรีทัชทั้งหน้าทั้งหุ่นจนทำให้สวยน่าเหลือเชื่อล่ะก็ งั้นลองมายลรูปจริง ๆ ของเธอในงานเลี้ยงฉลองครบ 50 ปีของนิตยสารสปอร์ต อิลลัสเทรต เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาดูสิ จะได้รู้ว่าที่สวยเป๊ะและเฟิร์มขนาดนี้ ของจริงล้วน ๆ จ้า สาวใหญ่วัยเลข 6 สวยเจิดในชุดเดรสสไตล์บอดี้คอนสีส้ม แอบเปิดเสื้อคลุมสีดำโชว์ไหล่และอกเนียนสวยให้ช่างภาพรัวชัตเตอร์ถ่ายกันแทบไม่ทัน
คริสตี้ บริงค์ลีย์ ในงานเลี้ยงฉลองครบ 50 ปี ของนิตยสารสปอร์ต อิลลัสเทรต
อู๊ยย
หุ่นวัย 60
กะรัต แต่สวยเซี๊ยะหุ่นเฟิร์มเชพบ๊ะขนาดนี้ ป้าคริสตี้เบียดนางแบบรุ่นลูกชิดซ้ายได้สบายเลยค่า
7 โรคอันตราย
ที่มักเกิดกับสาว ๆ มากกว่าผู้ชาย

แม้ว่าโรคภัยไข้เจ็บส่วนมากจะเกิดขึ้นได้กับคนทั่วไป ในกรณีที่ไม่รักษาสุขภาพร่างกายของตัวเองให้ดี แต่โรคหลายชนิดก็มีเงื่อนไขเฉพาะเจาะจง เช่น เกิดขึ้นได้กับเพศหญิงเท่านั้น หรือเกิดขึ้นได้กับเพศชายฝ่ายเดียว เพศหญิงไม่มีทางเป็นได้เด็ดขาด ซึ่งเว็บไซต์ เขาก็ได้นำผลการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับเงื่อนไขสุขภาพแปลกๆ ที่ส่งผลให้เกิด 7 โรคกับเพศหญิงมากกว่าเพศชายมาเปิดเผยให้ได้ทราบโดยทั่วกันด้วย คราวนี้เรามาดูกันดีกว่าว่า โรคภัยไข้เจ็บที่สาว ๆ ควรต้องระวังให้ดีนั้นมีอะไรบ้าง 1. โรคปลอกประสาทอักเสบ หรือ โรคเอ็มเอส หรือโรคมัลติเพิล สเคอโรซิส (Multiple sclerosis : MS) เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทส่วนกลาง เกิดขึ้นกับคนกว่า 2.1 ล้านคนทั่วโลก แต่ประเด็นสำคัญอยู่ตรงที่โรคร้ายนี้มักจะเกิดขึ้นกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 2 ใน 3 เท่าเลยทีเดียว ผู้เชี่ยวชาญจำนวนหนึ่งยังระบุอีกด้วยว่า โรค MS เป็นโรคในหมู่โรคที่เกิดจากภูมิต้านทานผิดปกติ แต่ด้วยความที่ไม่สามารถระบุแอนติเจน หรือสารที่กระตุ้นให้เกิดการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันอย่างจำเพาะเจาะจงได้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอีกหลายคนจึงไม่กล้าฟันธงนักว่า โรค MS จะเป็นโรคที่มีสาเหตุมาจากภูมิต้านทานผิดปกติจริงๆ อย่างไรก็ตาม โดยปกติแล้วโรค MS จะออกอาการที่สังเกตเห็นได้ในระหว่างอายุ 20-40 ปี เริ่มจากอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง เกิดภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต และสูญเสียการมองเห็นเป็นต้น ทั้งนี้ในปัจจุบันก็ยังไม่มีวิธีรักษาโรคนี้ให้หายขาด ทำได้แค่เพียงรักษาตามอาการเท่านั้นเองค่ะ2. โรคลูปัส (SLE) หรือโรค SLE หรือที่รู้จักกันในนามโรคพุ่มพวง เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ภูมิคุ้มกันที่บกพร่องเหล่านี้จะเข้าไปโจมตีเนื้อเยื่อในร่างกาย ทำให้เกิดภาวะอักเสบตามข้อต่อ และอวัยวะต่างๆ ก่อให้เกิดความเหนื่อยล้า ข้อต่อบวม อักเสบ มือ เท้าบวมแดง ซึ่งแพทย์ก็วิจัยแล้วว่า โรคนี้มักเกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย 9-10 เท่า และส่วนใหญ่มักจะเกิดกับผู้หญิงในวัย 20-45 ปี และถึงแม้แพทย์จะยังหาสาเหตุที่แน่ชัดของโรค SLE ไม่ได้ แต่ผลการวิจัยก็แสดงแนวโน้มว่า สาเหตุของโรคอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ ฮอร์โมนเพศหญิง การตั้งครรภ์ รังสียูวี หรือสารเคมีบางชนิดที่เอื้อให้เกิดโรค SLE ในผู้หญิงก็ได้

3. โรคอ่อนเพลียเรื้อรัง
มีผลการวิจัยจากสถาบันหนึ่งระบุว่า เพศหญิงมีความเสี่ยงเป็นโรคอ่อนเพลียเรื้อรังมากกว่าเพศชายถึง 4 เท่า ลักษณะอาการของโรคก็จะเกิดอาการอ่อนเพลียโดยไม่ทราบสาเหตุ นอนไม่ค่อยหลับ ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว ระบบขับถ่ายปรวนแปร ซึ่งแพทย์ก็สันนิษฐานว่า สาเหตุที่ผู้หญิงมีแนวโน้มจะเป็นโรคนี้มากกว่าผู้ชายอาจจะเกิดจากฮอร์โมนบางตัวที่อยู่ในร่างกายเพศหญิงนั่นเองจ้า4. โรคซึมเศร้าจากผลการวิจัยพบว่า ผู้หญิงมีแนวโน้มเป็นโรคนี้มากกว่าผู้ชาย 2 เท่า ซึ่งอธิบายในเชิงชีววิทยาได้ว่า เพศหญิงเป็นเพศที่มีการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนมากกว่าเพศชาย ทั้งในช่วงที่มีประจำเดือน ระยะตั้งครรภ์ หรือแม้แต่ช่วงหลังคลอดแล้วก็ตาม ฮอร์โมนในร่างกายของผู้หญิงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และส่งผลต่ออารมณ์ของพวกเธอค่อนข้างมากทั้งนี้นักจิตวิทยายังบอกเพิ่มเติมอีกด้วยว่า โดยปกติเพศหญิงเป็นเพศที่คิดมาก ค่อนข้างเก็บรายละเอียดมากกว่าเพศชาย ลักษณะนิสัยแบบนี้จึงกระตุ้นให้เกิดความเครียดได้ง่ายขึ้น นำพาไปสู่ภาวะซึมเศร้าในที่สุดค่ะ5. โรคที่เกี่ยวข้องกับช่องท้องสังเกตไหมคะว่า ผู้หญิงเราจะเกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และท้องเสียได้ง่าย โดยเฉพาะในช่วงที่เป็นประจำเดือน ซึ่งก็สอดคล้องกับการวิจัยของสถาบันวิจัยโรคสุขภาพช่องท้อง ที่เผยว่า ผู้หญิงมักเป็นโรคเกี่ยวกับช่องท้องมากกว่าผู้ชายมากถึง 60-70%สาเหตุก็เกิดจากปริมาณโปรตีนในร่างกายที่ไม่สมดุล ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการรับประทานอาหารของเพศหญิงเอง รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของร่างกายในระหว่างที่เป็นประจำเดือน หรือในช่วงที่ตั้งครรภ์ด้วย

6. โรคลำไส้แปรปรวน นอกจากอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และท้องเสียแล้ว ผู้หญิงก็มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ อาหารไม่ย่อย หรือเป็นโรคกระเพาะเรื้อรัง ซึ่งผลการสำรวจจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งก็เผยว่า ในแต่ละปีมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาราว3.5 ล้านคน และ 65% ของผู้ป่วยก็มักจะเป็นเพศหญิง
แต่ทั้งนี้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็ยังไม่สามารถระบุแน่ชัดได้ถึงสาเหตุที่โรคนี้เกิดกับผู้หญิงมากกว่าเพศชายเพียงแต่สันนิษฐานอย่างตรงกันว่าอาจเกี่ยวข้องกับสภาวะความเครียดและฮอร์โมนที่ทำให้ผู้หญิงขาดความสม่ำเสมอในการรับประทานอาหารก็เป็นได้ 7. โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ในสหรัฐอเมริกา มีผู้ป่วยกว่า 1.9 ล้านคนต่อปี และที่น่าสังเกต คือ ผู้ป่วยโรคนี้มักจะเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ซึ่งกรมอนามัย และสวัสดิการด้านสุขภาพของผู้หญิง ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็อธิบายข้อสังเกตนี้ไว้ว่า เยื่อบุช่องคลอดของเพศหญิงบอบบาง และมีความอ่อนไหวกว่าผิวหนังองคชาตของเพศชาย ทำให้มีโอกาสรับเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อโรคจากการมีเพศสัมพันธ์มากกว่าผู้ชายนั่นเอง
แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังนับว่าโชคดี ที่ยังไม่มีรายงานว่า ผู้หญิงติดเชื้อแคลมีเดีย หรือได้รับเชื้อหนองในจากผู้ชายมาก่อน และหากเพศหญิงมีปัญหาด้านโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ก็มีแนวโน้มจะปรึกษาแพทย์ และเข้ารับการรักษามากกว่าเพศชายด้วยค่ะ และนี่ก็เป็นปัญหาด้านสุขภาพ ที่สาวๆ ควรระวังเอาไว้ให้ดี เพราะในร่างกายของเรามีปัจจัยสนับสนุนให้เกิดโรคเหล่านี้ได้มากกว่าหนุ่มๆเขาเนอะดังนั้นสาวๆ ต้องหมั่นดูแลสุขภาพ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วยนะจ๊ะ


