
กินยาแก้ปวดประจำเดือนส่งผลต่อสุขภาพนะจ๊ะ (Lisa)
ผู้หญิงหลายคนเวลาที่ประจำเดือนมาวันแรกต้องทนทุกข์ทรมานกับอาการปวดท้องทุกครั้ง เลยต้องอาศัยตัวช่วยอย่าง "ยาแก้ปวด" อยู่บ่อย ๆ แต่ก็เกิดความสงสัยว่า เอ...ถ้าเรากินยาแก้ปวดอย่างน้อยเดือนละครั้ง ในวันแรกที่ประจำเดือนมา แล้วจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพไหมนะ หรือจะมีวิธีบรรเทาความปวดที่ไม่ต้องกินายาแก้ปวดหรือไม่ วันนี้ Lisa มีข้อแนะนำมาบอกค่ะทั้งนี้ การปวดประจำเดือนเฉพาะวันแรกถือเป็นภาวะปกติที่เป็นได้ แต่การกินยาแก้ปวดทุกชนิดมีข้อควรระวัง หากกินตามข้อแนะนำ และกินแค่หนึ่งวันในหนึ่งเดือนก็ไม่อันตรายค่ะ ยกตัวอย่างพาราเซตามอล กิน 1-2 เม็ด ทุก ๆ 4-6 ชั่วโมง และไม่เกินวันละ 4 มิลลิกรัม หรือ 8 เม็ด (หลีกเลี่ยงในผู้ป่วยโรคตับ)ยาแก้ปวดลดการอักเสบ (NSAID) เช่น Mefenemic Acid (Ponstan) 500 มก., Ibuprofen 400 มก., Diclofenac 25 มก. กินหนึ่งเม็ดหลังอาหารทันที (อาจระคายเคืองกระเพาะอาหารได้)วิธีบรรเทาปวดอื่น ๆ ได้แก่ ประคบร้อนบริเวณที่ปวด และการออกกำลังกายหากอาการปวดรุนแรงมากขึ้น กินยาแล้วไม่ทุเลา ปวดทวารเวลาถ่ายอุจจาระ หรือเจ็บในช่องคลอดและท้องน้อยขณะมีเพศสัมพันธ์ แนะนำให้พบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติมค่ะ
แค่กินน้ำ...ก็สวย
รวยสุขภาพแล้ว

Water for Beauty กินน้ำให้สวย (Modernmom)เรื่อง : มอลลี่ กว่า 80% ของน้ำหนักตัวในร่างกายเรามี "น้ำ" เป็นส่วนประกอบ ตลอดชีวิตและร่างกายหล่อเลี้ยงด้วยน้ำ อย่างนี้แล้วจะขาดน้ำได้อย่างไร แต่คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้หญิงทำงานมักจะลืมดื่มน้ำ ดื่มน้ำน้อย ดื่มน้ำอัดลม น้ำหวานมากกว่าน้ำสะอาด เชื่อไหมคะว่า น้ำเหล่านี้ทำให้เราสวยน้อยลง แต่หากเปลี่ยนวิถีชีวิตมาดื่ม "น้ำ" ให้มากขึ้นจะทำให้สวยได้ แบบไม่ต้องเสียสตางค์ซื้อครีมราคาแพงกินน้ำแล้วสวย "น้ำ" วันละ 8-10 แก้ว : ปริมาณน้ำที่เพียงพอกับร่างกายจะช่วยให้เลือดไหลเวียนดี และทำให้ผิวชุ่มฉ่ำ ไม่แห้งกร้าน "น้ำ" ชะล้างของเสีย : ยิ่งดื่มน้ำมากก็จะยิ่งขับของเสียได้มาก ซึ่งออกมาทั้งจากทางเหงื่อหรือปัสสาวะ น้ำจะช่วยชะล้างของเสียในลำไส้ โดยเฉพาะในตอนเช้าหลังตื่นนอน หากดื่มน้ำอุ่น จะช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น และเมื่อไม่มีของเสียตกค้างในลำไส้ ก็จะส่งผลดีให้หน้าใสไร้สิวนะคะ "น้ำ" (อุ่น) เปิดรูขุมขน : ย้ำว่าเป็นน้ำอุ่นค่ะ เพราะน้ำที่ร้อนเกินไปทำให้ผิวหน้าลอกและแห้ง น้ำอุ่นนอกจากระหว่างล้างจะช่วยผ่อนคลายผิวหน้าแล้ว ยังช่วยเปิดรูขุมขน ทำให้การสครับหรือล้างหน้าได้สะอาดหมดจด ไม่ทิ้งสิ่งสกปรกจากเครื่องสำอางที่แต่งมาตลอดทั้งวัน "น้ำ" เย็นปิดรูขุมขน : หลังการล้างหน้าตามปกติแล้ว ใช้น้ำเย็นล้างซ้ำอีกครั้งจะช่วยปิดรูขุมขนและมีส่วนช่วยให้ผิวกระชับขึ้น รวมไปถึงการสระผมด้วยค่ะ น้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิห้องจะดีกับสุขภาพผมมากกว่าน้ำอุ่นที่ทำให้ผมแห้งกร้าน แตกเสีย

"น้ำ" อุ่นแช่ตัว (ออนเซน) : ผิวที่ถูกทาทับด้วยครีมกันแดด และโลชั่น บางครั้งการอาบน้ำอย่างเดียวไม่พอ การได้แช่น้ำอุ่นจะช่วยเปิดรูขุมขนและชะล้างบรรดาสารพัดครีมที่หมักอยู่บนตัวมาตลอดเวลาหลายสัปดาห์ บรรดาขี้ไคลเหล่านี้ล่ะค่ะที่ทำให้ผิวหมองคล้ำ ไม่กระจ่างใส ออนเซนหรือแช่น้ำอุ่นสัปดาห์ละครั้ง และหยดน้ำมันหอมระเหยที่ชอบจะช่วยให้ผิวสะอาด และผ่อนคลายยิ่งขึ้น
"น้ำ" แร่แช่เย็น สวยทั้งวัน : อากาศบ้านเราร้อน หน้าที่แต่งมาอาจจะหมองได้ น้ำแร่ช่วยได้ฉีดก่อนแต่งหน้า จะช่วยให้เครื่องสำอางติดทนนานขึ้น หลังแต่งหน้า ฉีดแล้วซับออกหรือปล่อยให้แห้งจะช่วยให้หน้าที่แต่งดูเป็นธรรมชาติขึ้น ดูไม่ออกว่าแต่งหน้ามากแบบจัดเต็มฉีดระหว่างวัน หลังมื้อกลางวันแสนร้อน ฉีดบาง ๆ บนหน้า ทิ้งให้แห้งหรือจะขับออก แล้วเติมแป้ง ลิปสติกจะทำให้หน้าที่แต่งดูเหมือนแต่งมาตอนเช้าค่ะTips : เลือกน้ำแร่ที่เหมาะกับผิวด้วยนะคะ ผิวแพ้ง่ายเลี่ยงชนิดที่มีส่วนผสมของน้ำหอม เพื่อลดอาการระคายเคืองผิวร่างกายอาจจะขาดอาหารได้เป็นเดือน แต่หากขาด "น้ำ" เกิน 3 วันอาจจะทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ หากทำได้ไม่ครบทุกข้อ ขอเพียง 1 ข้อที่ต้องทำตามและเป็นกฎเหล็กคือ ดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว แล้วจะสวยรวยสุขภาพด้วย "น้ำ" ค่ะ
ทั้งสวย ทั้งฟิน...สาว ๆ
มากินดาร์กช็อกโกแลตสิ

เมื่อพูดถึงช็อกโกแลต หลายคนอาจจะร้องกรี๊ดอยู่ในใจ เพราะเป็นของอร่อยสุดฟินที่หลายคนชอบกิน แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังลังเลไม่กล้ากินช็อกโกแลตอย่างเต็มที่เพราะกลัวอ้วน แต่ถ้าเป็น "ดาร์กช็อกโกแลต" ล่ะก็ คุณสาว ๆ ควรรีบกระโจนเข้าใส่เลยจ้า เพราะเว็บไซต์ totalbeauty เขาบอกมาด้วยว่า กินดาร์กช็อกโกแลตแล้วสวยขึ้นด้วยนะจ๊ะ ลองไปดูกัน
ช่วยปกป้องผิวจากแสงยูวีในดาร์กช็อกโกแลตและในพืชอีกหลายชนิดจะมีสารฟลาโวนอยด์ (flavonoid) ซึ่งเป็นสารต้านมะเร็ง และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งนักวิทยศาสตร์ก็ได้พิสูจน์และพบว่า สารฟลาโวนอยด์ในดาร์กช็อกโกแลตเป็นฟลาโวนอยด์ชนิดที่สามารถปกป้องผิวจากแสงยูวี และป้องกันอาการผิวไหม้จากแดดเผาได้อย่างดี อย่างนี้ก่อนจะออกไปท้าแดด ก็หยิบดาร์กช็อกโกแลตมากินสักแท่งก็ดีนะช่วยบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื้นเพราะดาร์กช็อกโกแลตอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก, แคลเซียม, วิตามิน A, B1, C, D และวิตามิน E ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นธาตุอาหารที่เกี่ยวข้องกับการบำรุงผิวพรรณให้นุ่มชุ่มชื้น ดูมีชีวิตชีวาทั้งสิ้น ดังนั้นถ้าใครชอบกินดาร์กช็อกโกแลเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็หมดกังวลกับปัญหาผิวหยาบแห้งกร้านได้เลยจ้า

ช่วยลดความเครียด บ่อเกิดของริ้วรอยเหี่ยวย่น
ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่าแค่กินดาร์กช็อกโกแลต ก็สามารถชะลอการเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นบนผิวได้แล้ว โดยนักวิทยาศาสตร์ก็ได้อธิบายว่า ธาตุอาหารต่าง ๆ ในดาร์กช็อกโกแลต จะช่วยปรับฮอร์โมนของเราให้เป็นปกติ และเร่งร่างกายให้ขับฮอร์โมนแห่งความสุขออกมาด้วย จึงทำให้คนที่ได้กินดาร์กช็อกโกแลตเข้าไปอารมณ์ดี ลดความเครียดที่มี และเมื่ออารมณ์ดี ก็จะส่งผลไปถึงสุขภาพผิวพรรณ ให้สวยสดใสเปล่งปลั่งไร้ริ้วรอยนั่นเองช่วยเร่งผมยาวสาว ๆ คนไหนที่อยากเร่งให้ผมยาวเร็ว ๆ แนะนำให้กินดาร์กช็อกโกแลตเลยค่ะ เพราะในดาร์กช็อกโกแลตมีทั้งธาตุเหล็ก, แคลเซียม, สังกะสี และทองแดง ซึ่งมีส่วนช่วยเร่งการผลัดเซลล์ใหม่ แถมยังมีสรรพคุณในเรื่องการไหลเวียนของเลือด และออกซิเจน จึงส่งผลให้หนังศีรษะมีสุขภาพดี ทำให้ผมหนา และสลวยเงางามไปด้วยนอกจากเรื่องความสวยความงามแล้ว "ดาร์กช็อกโกแลต" ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดในสมอง เพราะช็อกโกแลต มีแมกนีเซียม แมงกานีส ทองแดง สังกะสี และฟอสฟอรัส ในปริมาณมาก ซึ่งสารอาหารทั้งหลายเหล่านี้ยังช่วยให้กระดูกของคุณแข็งแรงด้วยใครที่เคยลังเลไม่ยอมกินดาร์กช็อกโกแลตเพราะคิดว่าจะให้โทษต่อร่างกาย เมื่อรู้อย่างนี้แล้วก็คงโล่งใจและดีใจไปพร้อม ๆ กันเลยใช่ไหมเอ่ย แม้รสชาติจะขมไปบ้าง แต่ช่วยในเรื่องของความสวยความงามแบบนี้จะพลาดได้ยังไงล่ะเนอะแต่อ๊ะ...ถึงจะกินแล้วดีก็ไม่ใช่ว่าจะกินไม่ระวังนะจ๊ะ แนะนำว่าให้ทานสักวันละชิ้นเล็ก ๆ ก็พอ แล้วต้องแน่ใจด้วยนะว่าช็อกโกแลตที่คุณเลือกน่ะ มีส่วนผสมของโกโก้อย่างน้อย 70% เพราะถ้าไม่ใช่ดาร์กช็อกโกแลตแล้วล่ะก็ คุณอาจจะได้รับความอ้วนกลับมาแทน

