LATEST MOVIE :

WWW.MOVIEBOOK5000YEARS.COM

-

ผลสำรวจ ชี้ ผู้หญิงยอมอึดอัดใส่ยีนส์เล็กกว่าตัว เพราะกลัวรู้ว่าอ้วน

การแต่งตัวของสาว ๆ ในหนึ่งสัปดาห์ อย่างน้อยที่สุดก็คงมีวันที่ได้ใส่กางเกงยีนส์อยู่ 1 วัน และเพราะอย่างนี้เองจึงไม่มีทางผิดไปได้เลยหากจะกล่าวว่า กางเกงยีนส์ เป็นเครื่องแต่งกายยอดฮิตที่ไม่เคยตกยุคตกสมัย และเป็นแบบนี้มากว่าครึ่งศตวรรษแล้ว แต่ถ้าลองคิดให้ดี ก็ยังมีอีกสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยเหมือนกัน นั่นคือ "สาว ๆ ต่างยังอดทนกับการใส่ยีนส์ที่เล็กกว่าตัวเองอยู่ เพราะไม่อยากยอมรับว่าตนเองตัวใหญ่จนต้องขยับเพิ่มขึ้นไปอีกหนึ่งไซส์"          Style Card เว็บไซต์ด้านแฟชั่นและไลฟ์สไตล์จากอังกฤษ ได้ทำการสำรวจจากผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์เพศหญิงวัย 18-34 ปี จำนวน 1,000 ราย พบว่า ผู้หญิง 42% ยอมรับว่าพวกเธอยังคงอดทนกับการยัดตัวเองเข้าไปในกางเกงยีนส์ที่น่าอึดอัดเพราะตัวมันเล็กกว่าร่างของพวกเธอ เพียงเพราะไม่อยากยอมรับความจริงว่าพวกเธออ้วนหรือตัวใหญ่ หากต้องเขยิบไปใส่หนึ่งไซส์ที่ใหญ่กว่า และสาเหตุนี้เองที่เป็นที่มาของเอวที่ล้นพลุ้ยเป็นห่วงยางอยู่รอบขอบกางเกง หรือที่เรียกว่า มัฟฟินท็อป (muffin top) ซึ่งพบเห็นได้มากขึ้น ตามกระแสการใส่ยีนส์แบบกระชับพอดีตัวที่เป็นที่นิยมกว่าเดิม
          นอกจากนี้ผู้หญิงเกินครึ่งยังยอมรับว่า เธอยังมีสกินนี่ยีนส์พับทิ้งไว้ในตู้เสื้อผ้า โดยหวังว่าสักวันพวกเธอจะลดน้ำหนักและผอมได้มากพอที่จะกลับมาใส่มันอีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่ามีไม่กี่คนเท่านั้นเองที่ทำสำเร็จ และก็ยังมีประเภทที่ครอบครองยีนส์ไว้เฉลี่ย 7-8 ตัว แต่ที่หยิบมาใส่บ่อย ๆ นั้นวนเวียนอยู่กับ 2-3 ตัวเดิม ๆ เท่านั้นเอง เพราะตัวที่เหลือใส่แล้วไม่เสริมรูปร่างให้ดูดี ไหนจะใส่แล้วก้นบาน ก้นฟีบ ขาใหญ่ ฯลฯ เลยเลิกใส่มันซะเลย          ขนาดนี่เป็นผลสำรวจจากเฉพาะแฟนเว็บจำนวนหนึ่งพันคน แต่อ่านไปแล้วก็คาดว่าข้อมูลนี้น่าจะใกล้เคียงกับสาว ๆ อีกหลายคนที่นิยมการใส่ยีนส์แน่ ๆ แต่ถ้าเรื่องฝืนใส่ยีนส์คับอันนี้ก็ไม่แนะนำให้ทำต่อ เพราะนอกจากคุณจะรู้สึกอึดอัด มันยังเบียดหลอดเลือดไม่ให้ไหลเวียนได้สะดวก จึงเกิดอาการขาชา และถ้าเมื่อไหร่คุณรู้สึกชา ๆ เจ็บเสียวแปล๊บ ๆ ขึ้นมาล่ะก็ มันส่งสัญญาณแล้วว่าเส้นประสาทบริเวณสะโพกด้านหน้าถูกกดทับ ต้องรีบเปลี่ยนไปใส่ยีนส์ไซส์ใหญ่กว่า และไม่รัดจนฟิตแน่นโดยทันที ถ้ายังทนใส่ต่อไปมีโอกาสที่แขนงเส้นประสาทบริเวณต้นขาอาจถูกทำลายถาวรได้นะจ๊ะสาว ๆ !
 นักวิจัยชี้ วัยทองแล้วอารมณ์แปรปรวนง่ายไม่เกี่ยวข้องกัน
เมื่อคุณผู้หญิงก้าวเข้าสู่วัยหมดระดู หรือที่เรียกกันว่า "วัยทอง" ก็มีรายงานถึงความเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ ของร่างกาย รวมถึงจิตใจและสภาพอารมณ์ การมีอารมณ์แปรปรวนขึ้น ๆ ลง ๆ ง่าย เดี๋ยวฉุนเฉียวเดี๋ยวซึมเศร้า ก็เป็นหนึ่งในผลกระทบจากวัยทองเช่นกัน ว่ากันว่าเป็นผลพวงมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศ หลาย ๆ คนถึงกับกินฮอร์โมนเสริม หรือเข้ารับการรักษาที่เรียกว่าฮอร์โมน เธอราพี เพื่อบำบัดอาการนี้ แต่งานวิจัยล่าสุดจากนักวิจัยอเมริกันกลับพบว่า อาการอารมณ์แปรปรวนเหล่านี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการหมดประจำเดือนแม้แต่น้อย รวมไปถึงเรื่องความจำที่ชักหลง ๆ ลืม ๆ กับกระบวนการคิดที่ติดขัดช้าลง ก็มิใช่เพราะการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเช่นกัน

          ผลงานวิจัยจากศาสตราจารย์วิคเตอร์ แฮนเดอร์สัน จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด แคลิฟอร์เนีย ซึ่งได้รับการเผยแพร่ในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences 2013 เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ระบุว่า การลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน (oestrogen) ในวัยหมดประจำเดือน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความเปลี่ยนแปลงด้านความทรงจำ ระบบการคิด หรืออารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงในวัยทองแต่อย่างใด จะมีก็มีเพียงฮอร์โมนโปรเจนเตอโรน (progesterone) ที่พอจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับความทรงจำระยะสั้นประเภท verbal memory และการรับรู้ด้านต่าง ๆ แต่อย่างไรก็ดี ไม่พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์เช่นกัน
          นอกจากนี้ยังพบว่า การเข้าสู่วัยทองไม่ว่าช้าหรือเร็ว ก็ไม่ได้ให้ความแตกต่างในแง่การแปรปรวนของอารมณ์ ความทรงจำ หรือระบบการคิดประมวลผลของสมองเลย โดยนักวิจัยได้ทำการศึกษาจากสุภาพสตรีวัยทองอายุระหว่าง 41-84 ปี จำนวน 643 ราย แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มที่เพิ่งหมดประเดือนในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา และกลุ่มที่หมดประจำเดือนมาแล้วมากกว่า 10 ปี ทั้งสองกลุ่มต่างผ่านการทดสอบประสิทธิภาพของความทรงจำ การประมวลผลของสมอง ประเมินสภาวะอารมณ์ซึมเศร้า ก่อนจะวัดระดับฮอร์โมนจากเลือดของผู้ร่วมทดลองทุกราย ซึ่งได้ผลการทดลองว่า ไม่ว่าจะเข้าสู่วัยทองช้าหรือเร็ว ก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ดังที่กล่าวมาเลยแม้แต่น้อย
          ฉะนั้นแล้วอาการหลง ๆ ลืม ๆ คิดช้า ตอบสนองช้า หรือว่าอารมณ์ฉุนเฉียวในช่วงวัยทองนั้น มิได้เกี่ยวข้องกับการลดลงของฮอร์โมนในวัยหลังหมดระดูแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเข้าสู่สภาวะนี้ช้าหรือเร็วก็ตาม ถ้าเจอคุณป้าเหวี่ยงใส่แล้วอ้างอยู่ว่าเพราะอารมณ์แปรปรวนของวัยทองล่ะก็ เป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้นเสียแล้วล่ะ
 ขับไล่ความเหนื่อยล้าด้วย 7 วิธีผ่อนคลายหลังเลิกงานของสาว ๆ
ไม่ว่าใคร ๆ ต่างก็ฝันถึงช่วงเวลาชิล ๆ ให้ตัวและกายได้ผ่อนคลาย โดยเฉพาะยามหลังจากเผชิญงานแสนวุ่นวายชวนปวดหัวมาแล้วทั้งวัน พอถึงเวลาเย็นหลังเลิกงานก็อยากจะหากิจกรรมทำแล้วผ่อนคลายหายเครียด กระปุกดอทคอมเลยลองรวบรวมวิธีขับไล่ความเหนื่อยล้าที่ทำได้ง่าย ๆ มาฝาก แม้แต่สาวบ้างานก็ยังปลีกเวลามาขับไล่ความเหนื่อยล้าได้ในทุก ๆ เย็นหลังเลิกงานเลยล่ะ
        1. เลือกผลิตภัณฑ์อาบน้ำหอม ๆ ที่ช่วยให้ผ่อนคลาย
          ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ ไม่ว่าจะเป็นเกลือแช่ตัว สบู่หอม ๆ ใยขัดตัว แปรงขัดหลัง หรือการจุดตะเกียงน้ำมันหอมระเหยไว้ระหว่างอาบน้ำ ก็จะทำให้โมงยามของการชำระล้างร่างกาย ไม่ได้เป็นแค่พียงการชะล้างคราบไคลสกปรกเท่านั้น แต่ยังชะล้างความเหนื่อยเมื่อยล้า และความเครียดออกไปได้ด้วย แถมปัจจุบันนี้ก็มีผลิตภัณฑ์สปาสำหรับการอาบน้ำให้เลือกซื้อมากมาย ลองเลือกดมเลือกซื้อมาใช้ในกลิ่นที่คุณชอบมาใช้ดูสิคะ นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เหมือนได้ทำสปาเล็ก ๆ ให้ตัวเองทุกวันเลยล่ะ
        2. มาส์กหน้า
          ระหว่างนอนแช่น้ำหรือนอนเอนหลังดูทีวีหลังจากอาบน้ำเสร็จ ลองแปะหน้าด้วยมาส์กฉ่ำ ๆ ที่เพิ่งหยิบออกมาจากตู้เย็น นอกจากจะชาร์จความสดชื่นให้ผิวหน้าได้แล้ว ยังชาร์จความสวยให้คุณได้ด้วยนะคะ พรุ่งนี้เช้าจะได้หน้าเด้ง ๆ ใส ๆ ไปทำงานแบบมั่นใจไงล่ะ
3. หาหนังสืออ่านเล่นเพลิน ๆ

    เลือกหนังสือประเภทที่คุณสนใจ ให้มันเป็นเพื่อนผ่อนคลายความเครียด ดึงคุณออกจากโลกที่ยุ่งเหยิงไปสู่โลกแห่งจินตนาการ ชาร์จพลังทางความคิดก่อนออกไปลุยงานใหม่ แต่อย่ามัวอ่านเพลินจนนอนดึกนะจ๊ะ
4. ดูทีวีรายการโปรดก็ผ่อนคลายได้แล้ว
     ถ้ามีรายการทีวีโปรแกรมโปรดที่คุณชอบดูฉายในตอนเย็นก็สามารถนั่งดูได้ให้หายเครียด แต่ถ้าหากว่ามันเป็นรายการที่ฉายไปแล้ว ลองหาดาวน์โหลด หรือดูย้อนหลังในอินเทอร์เน็ตดูสิ ยิ่งโหลดเก็บไว้ในโน้ตบุ๊กหรือแท็บเล็ตของคุณ จะเอามาดูระหว่างตอนนอนแช่น้ำ หรือระหว่างมาส์กหน้าไปด้วยก็เยี่ยมไปเลย
5. เครื่องดื่มเย็น ๆ ในแก้วใบสวย
     เครื่องดื่มเย็น ๆ เป็นอีกหนึ่งหนทางที่ดีและง่ายในการขับไล่ความเหนื่อยล้ายามเครียดมาจากงาน เลือกเครื่องดื่มที่คุณโปรดปรานมาสักชนิดแล้วเพิ่มความพิเศษด้วยการนำมันใส่ในแก้วสวย ๆ สักใบ รับรองจะเพิ่มความน่าอภิรมย์ในการดื่ม ทำให้ชื่นใจขึ้นกว่าเดิมอย่างไม่น่าเชื่อ
6. บำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื่น

          คุณจะรู้สึกดีกับตัวเองแค่ไหน หากหลังจากวันที่ทำงานมาอย่างเหน็ดเหนื่อย แต่ตอนนอนคุณได้หลับไปพร้อมกับผิวนุ่ม ๆ ที่ได้รับการบำรุงอย่างเต็มที่ แถมผิวยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ กล่อมให้ฝันดีอีกต่างหาก โลชั่นและครีมบำรุงผิวนี่แหละที่จะสร้างความอัศจรรย์ประการนี้ได้ ไม่เป็นการเสียหายถ้าจะหาซื้อโลชั่นกลิ่นหอม ๆ ไว้ติดห้องสัก 2-3 กลิ่น หยิบมาทาหลังอาบน้ำ แล้วคุณก็จะรู้สึกดีสุด ๆ กับผิวที่นุ่มนิ่มและหอมชื่นใจของตัวเอง
        7. สวมใส่ชุดนอนสวย ๆ ที่สบายตัว
          การแต่งตัวสามารถช่วยบำบัดจิตใจของคุณผู้หญิงได้อย่างไม่น่าเชื่อ และไม่ใช่เฉพาะเสื้อผ้าที่ใส่ออกนอกบ้านเท่านั้น แม้แต่ชุดนอนสวย ๆ ก็ช่วยให้คุณรู้สึกฟีลกู้ด และผ่อนคลายขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ อ้อ แต่อย่าลืมเลือกเนื้อผ้าที่ใส่สบายตัว ระบายอากาศได้ดีด้วยนะคะ รับรองจะรู้สึกนอนหลับแบบสวย ๆ สบายตัว และตื่นขึ้นมาอีกวันอย่างสดใส ลืมความเหนื่อยล้าของเมื่อวานไปเลย
          สาว ๆ อย่ามัวแต่ทำงานจนสมองเต็มไปด้วยควมเครียด และปล่อยร่างกายให้เหนื่อยล้าเกินไป ลองหาวิธีผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการทำงานบ้าง เหมือนอย่าง 7 วิธีง่าย ๆ เหล่านี้ ที่จะช่วยสลายความเครียดและความล้าให้คุณได้ทุก ๆ วันหลังเลิกงานเลยล่ะ
Share this article :
 
SUPPORT : ទាញយក BLOGER | រៀនថេមផ្លេត | ទាញយកល្អៗ | ទាញយកល្អៗTEMPLATES | NAME | ទាញថេមផ្លេតតាមពេញចិត្ត
COPYRIGHT © 2011. MOVIEBOOKKK.COM--01/19/2015=You Have All Rights Reserved)
Created by Published by name
Created by Published by name