LATEST MOVIE :

WWW.MOVIEBOOK5000YEARS.COM

-

แฟชั่นเกินคาด ที่อาจทำให้น้ำหนักขึ้น

จะว่าไปก็มีหลายปัจจัยที่ทำให้น้ำหนักของเราพุ่งพรวดทะลุหน้าปัดตาชั่งได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหารจานโปรดเกินห้ามใจ ความเครียดสะสม และการนอนดึก แต่ก็ยังไม่วายจะมีเหตุเพิ่มเติมที่สามารถทำให้น้ำหนักเราขึ้นได้อีก อย่าง 3 แฟชั่นที่สาว ๆ นิยมกันต่อไปนี้ ซึ่งทางเว็บไซต์  เขาได้กระซิบบอกมาว่า สามารถเพิ่มน้ำหนักให้เราได้อย่างไม่รู้ตัวเลยเชียวล่ะ
 1. สเปรย์ฉีดผิวแทน (Fake Tan)
          การมีผิวสีแทนจะช่วยปรับลุคของเราให้ดูสวยเท่ และดูเพรียวบางลงก็จริง แต่ถ้าเรามีผิวสีแทนด้วยการใช้ตัวช่วยอย่างเจ้าสเปรย์ฉีดผิวแทนเทียม หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Fake Tan เป็นข้อยกเว้นค่ะ เนื่องจากในสเปรย์ฉีดผิวแทน จะมีสารตัวหนึ่งที่ชื่อว่า พาทาเลต (phthalates) ประกอบอยู่ ซึ่งสารเคมีตัวนี้เป็นสารเคมีอันตรายที่พบได้ในพลาสติกอ่อนทั่วไป

          ทั้งนี้ การศึกษาวิจัยของนักวิทยาศาสตร์จากประเทศสวีเดนก็ได้ยืนยันว่า สารพาทาเลต (phthalates) มีส่วนทำให้น้ำหนักเราเพิ่มขึ้นได้จริง เพราะสารพาทาเลต (phthalates) จะเข้าไปเสริมชั้นไขมันบริเวณหน้าท้องให้ขยายใหญ่ขึ้น อีกทั้งยังก่อกวนการทำงานของระดับความสมดุลของฮอร์โมน เป็นผลให้เรามีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นนั่นเอง
 2. เลกกิ้ง

          เลกกิ้งดูจะเป็นไอเทมที่สาว ๆ ต้องมีติดตู้เสื้อผ้าไว้ แต่นักวิทยาศาสตร์กลับมาแย้งว่า การสวมใส่เลกกิ้งทุกวันจะทำให้ร่างกายเกิดภาวะกล้ามเนื้อขี้เกียจ ซึ่งจะส่งผลให้กล้ามเนื้อที่ก้น สะโพก และหน้าท้องหย่อนยาน
          ด้วยคำอธิบายที่ว่า เลกกิ้งถูกออกแบบมาให้เข้ากับสรีระต้นขา, สะโพก, ก้น และหน้าท้องของเราให้เคลื่อนไหวได้อย่างสะดวก และสบายจนเกินไป จนทำให้ร่างกาย โดยเฉพาะสรีระส่วนที่กล่าวมาข้างต้นไม่ต้องออกแรงต้านหรือได้ขยับขยายอะไรมากนักอย่างที่ควรจะเป็น จึงทำให้ไม่ฟิตเฟิร์มและเกิดความหย่อนยานก่อนเวลาอันควร
3. รองเท้าส้นสูง          ถือเป็นไอเทมสุดฮิตที่สาว ๆ พลาดไม่ได้เช่นกัน เพราะใส่ส้นสูงทีไรก็ดูเปรี้ยว เพรียวสูงได้ดั่งใจทุกครั้ง แต่เทรนเนอร์ชั่วโมงบินสูงกลับบอกว่า การใส่ส้นสูงบ่อย ๆ จะทำให้การเดินของเราผิดท่าทางไปจากเดิมค่อนข้างมาก โดยที่เวลาสวมส้นสูงและก้าวเดิน กระดูกเชิงกรานจะยื่นไปข้างหน้า ทำให้หน้าท้องก็บิดไปด้านหน้าและส่งผลให้เนื้อและไขมันบริเวณหน้าท้องไหลรวมไปอยู่ที่เดียวกัน จนเกิดเป็นชั้นหรือห่วงยางที่หน้าท้องในที่สุด          ไม่ได้กินก็ยังอ้วนได้แบบนี้น่ากลัวจริง ๆ เลยนะเนี่ย แต่ถ้าใครจำเป็นต้องใช้บริการแฟชั่นเหล่านี้ เราก็ไม่ได้ห้ามจ้า ขอแค่อย่าลืมหมั่นออกกำลังกายบ่อย ๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อกระชับ ไม่ผิดที่ผิดทางไปตามแฟชั่น คุณก็สวยผอมได้แน่นอน
 สาว ๆ จ๋า มาดูแลจุดซ่อนเร้นให้สะอาดไร้กลิ่นเถอะนะ
แม้ส่วนสงวนจะเป็นของลับ แต่ก็ไม่ควรจะถูกละเลยในการดูแล เนื่องจากในแต่ละวันน้องสาวของผู้หญิงทุกคนต้องถูกเก็บซ่อนไว้อย่างมิดชิด ซึ่งก็อาจจะเกิดการหมักหมม และอับชื้นจนเป็นเหตุให้ส่งกลิ่นแปลก ๆ ที่ไม่พึงประสงค์ออกมาได้ ยิ่งถ้าเป็นวันนั้นของเดือนขึ้นมาด้วยล่ะก็ ความสกปรกและความอับชื้นก็จะยิ่งทวีคูณ วันนี้เราก็เลยนำข้อมูลจาก เว็บไซต์เฮลท์ บิวตี้ ฟิตเนส มาฝาก เพื่อให้ผู้หญิงทุกคนดูแลน้องสาวสุดหวงได้อย่างถูกวิธี จะได้ไม่มีความสกปรกและกลิ่นไม่พึงประสงค์ให้ต้องขายหน้าใครค่ะ     1. กินผลไม้รสเปรี้ยว          ผลไม้รสเปรี้ยวจะมีวิตามินซีสูง ซึ่งวิตามินซีมีส่วนช่วยขับพิษในร่างกาย และรักษาระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเป็นเหตุให้ร่างกายสามารถต่อสู้แบคทีเรียในร่างกาย ที่ก่อให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อย่างราบคาบหมดจด
 2. สวมใส่กางเกงในผ้าฝ้าย          เนื้อของผ้าฝ้ายมีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถดูดซับของเสียจากช่องคลอดของผู้หญิงได้ง่าย อีกทั้งยังมีความโปร่ง ระบายอากาศได้ดี ทำให้กางเกงในแห้งไม่อับชื้น และไม่สะสมเชื้อราและแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นไม่พึงประสงค์อีกด้วย     3. กินมะขามป้อม          มะขามป้อมก็เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี เผลอ ๆ จะมีวิตามินซีสูงกว่าผลไม้รสเปรี้ยวชนิดอื่น ๆ อีกด้วย นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญก็ได้ยืนยันว่า มะขามป้อมจัดเป็นผลไม้ที่มีคุณสมบัติในเรื่องของการกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์อย่างดีเยี่ยม เพราะมีส่วนช่วยล้างเลือดให้สะอาด ทำหน้าที่คล้าย ๆ สารต้านอนุมูลอิสระในร่างกายเลยทีเดียว แถมยังมีฤทธิ์จัดการอาการตกขาว ซึ่งเป็นอีกต้นเหตุที่ทำให้น้องสาวของเรามีกลิ่นไม่น่าอภิรมย์เท่าไรด้วยล่ะ
 4. ทำความสะอาดให้หมดจด

     สิ่งสำคัญที่สุดในการกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ของน้องสาวก็คือ เราต้องหมั่นดูแลรักษาความสะอาดเขาให้หมดจด แนะนำให้ใช้สบู่ที่มีส่วนประกอบของแอนตี้เซปติก (antiseptic) ล้างทำความสะอาดส่วนนั้นเป็นประจำทุกวัน และถ้าจะให้ดี ควรตัดเล็มขนให้อยู่ในลักษณะที่ง่ายต่อการทำความสะอาดด้วยค่ะ
5. ดื่มนมเปรี้ยว
     ในนมเปรี้ยวมีแลคโตบาซิลัส (lactobacillus) ซึ่งสามารถช่วยระบายท้อง และทำความสะอาดเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะปัสสาวะ อีกทั้งยังป้องกันโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์บริเวณช่องคลอดของผู้หญิงได้
6. รักษาความชุ่มชื้นในร่างกาย
     สาว ๆ ทุกคนควรจะดื่มน้ำเยอะๆ เข้าไว้ เพราะนอกจากการดื่มน้ำจะช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้ผิวหนัง เผยผิวขาวกระจ่างใสแล้ว น้ำสะอาดที่เราดื่มเข้าไปยังจะช่วยขับสารพิษ และของเสียที่ตกค้างอยู่ในร่างกาย ให้เราขับถ่ายออกมาให้หมด อีกทั้งยังช่วยรักษาความสมดุลในร่างกายอีกด้วย
7. กินกระเทียมและหอม

    แม้กระเทียมและหอมจะเป็นอาหารที่มีกลิ่นฉุนแรง แต่กลับมีสรรพคุณช่วยรักษาอาการผิดปกติ และอาการอักเสบที่เกิดในช่องท้องและกระเพาะปัสสาวะของเราได้อยู่หมัด จึงช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย ต้นเหตุของกลิ่นตุๆ ในช่องคลอดเราได้อย่างดีเลยล่ะค่ะ
8. ใส่กางเกงซับใน
       นอกจากกางเกงซับในจะช่วยให้สาว ๆ เดินเหินได้อย่างมั่นใจขึ้นแล้ว ยังสามารถช่วยกักกลิ่นไม่พึงประสงค์ ไม่ให้กระจายออกไปส่งกลิ่นให้ขายหน้าได้อีกด้วย ดังนั้นในวันที่ใส่กระโปรง หรือแม้แต่ใส่กางเกงก็ตาม ก็อย่าลืมใส่กางเกงซับในเสริมความมั่นใจอีกชั้นด้วยนะจ๊ะ
 9. ใช้ที ทรี ออยล์
     สารสกัดจากที ทรี ออยล์ บริสุทธิ์มีคุณสมบัติในเรื่องของการกำจัดเชื้อรา และเชื้อแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นเราก็ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากที ทรี ออยล์ มาทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น ร่วมกับสบู่ที่มีสารแอนตี้เซปติก
10. เปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย ๆ

          ทุกวันนี้ผ้าอนามัยมีหลายยี่ห้อให้เราเลือกใช้ ดังนั้นสาว ๆ ทุกคนควรเลือกใช้ผ้าอนามัยที่มีคุณสมบัติซึมซับได้ดี และมีการระบายอากาศได้ ไม่อับชื้น เพื่อป้องกันการเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ และเชื้อโรค นอกจากนี้ในช่วงที่มีประจำเดือน ระหว่างวันก็ควรจะเปลี่ยนผ้าอนามัย 2 ครั้งเป็นอย่างต่ำ หรือถ้าวันไหนมามากจะเปลี่ยนบ่อยครั้งกว่านั้นก็ได้
          ความสะอาดในจุดซ่อนเร้นเป็นสิ่งที่เราควรต้องใส่ใจดูแลกันเป็นอย่างดี เพื่อไม่ให้เกิดเชื้อโรค และกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ขึ้นมาได้ อย่าให้ต้องขึ้นชื่อว่าเป็นสาวที่สวยแต่รูป จูบไม่หอมเด็ดขาดเชียวนะคะ
Share this article :
 
SUPPORT : ទាញយក BLOGER | រៀនថេមផ្លេត | ទាញយកល្អៗ | ទាញយកល្អៗTEMPLATES | NAME | ទាញថេមផ្លេតតាមពេញចិត្ត
COPYRIGHT © 2011. MOVIEBOOKKK.COM--01/19/2015=You Have All Rights Reserved)
Created by Published by name
Created by Published by name