LATEST MOVIE :

WWW.MOVIEBOOK5000YEARS.COM

-

อยากดูเด็กกว่าวัย ยึด 10 ข้อนี้ไว้ได้ดั่งใจแน่นอน !

 อายุอาจจะเป็นแค่เรื่องตัวเลขก็จริง แต่ก็ปฏิเสธไม่ไหวว่าไม่อยากมีใบหน้าอ่อนกว่าวัยจริงไหมคะ หลายคนก็เลยเลือกพึ่งศัลยกรรม ดึงหน้า ฉีดโบท็อกซ์เพื่อหยุดอายุผิวพรรณไว้ที่เลขต่ำสุดเท่าที่จะทำได้ แต่เอ๊ะ ! การจะทำให้ดูอ่อนกว่าวัยต้องลงทุนขนาดนั้นเลยเหรอ หรือแค่ดูแลสุขภาพกาย และสุขภาพจิตตามที่เว็บไซต์ แนะนำก็เพียงพอที่จะทำให้เราดูอ่อนกว่าวัย เหมือนหนุ่มสาวรุ่นเอ๊าะ ได้แล้วนะ ว่าแล้วก็มาหาคำตอบกันเลยจ้า
 1. ต้องยิ้มแย้มแจ่มใส           จากการทดลองที่ให้เด็ก วัยกลางคน และคนแก่นับพันคนถ่ายรูป โดยให้แต่ละคนแสดงสีหน้าที่ต่างกัน ทั้งทำหน้านิ่งเฉย ทำหน้าแสดงความกลัว หรือโกรธ และทำหน้ายิ้มแย้มมีความสุข ผู้ทดลองก็พบว่า กลุ่มคนที่แสดงสีหน้ากลัว และโกรธเกรี้ยว จะดูแก่กว่าวัย แต่คนที่แสดงสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส กลับดูอ่อนกว่าวัยกว่าอายุจริงเยอะเลยทีเดียว ยิ่งคนที่ฉีกยิ้มกว้าง และยิ้มไปถึงตา ก็จะดูอ่อนวัยขึ้นอีกด้วยนะ 2. กินองุ่นเยอะ           องุ่น ลูกแพร ผลไม้ตระกูลเบอร์รี และลูกพลัม ต่างก็เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี และเป็นผลไม้ที่ค่อนข้างฉ่ำน้ำ อีกทั้งความหวานที่อยู่ในผลไม้เหล่านี้ ก็มีประโยชน์กับผิวพรรณของเรา ช่วยรักษาความชุ่มชื้น ทำให้ผิวพรรรณเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล ไม่แห้งแตกดูแก่กว่าวัยนั่นเอง ดังนั้นพยายามเปิดโอกาสให้ร่างกายได้รับประทานผลไม้เหล่านี้เยอะ นะจ๊ะ
3. บำรุงดูแลเส้นผม   พอแก่ตัวลงเส้นผมก็มักจะหลุดร่วงไปตามกาลเวลา ซึ่งก็จะทำให้คนที่มีอายุมากมีผมที่บาง ดังนั้นคนที่มีผมลีบแบนอย่างนั้นก็อาจจะทำให้ดูเด็กลงด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์เพิ่มวอลลุ่มเส้นผม ให้ผมดูพองฟู หรืออาจจะเปลี่ยนสีผมให้เป็นสีที่อ่อนลงด้วยก็ได้ ที่สำคัญอย่าลืมใช้ครีมบำรุงเส้นผมไม่ให้แห้งเสียด้วยล่ะ 4. กันคิ้วให้เข้ารูป     แม้คิ้วจะเป็นส่วนประกอบเล็ก บนใบหน้า แต่ก็นับว่าเป็นส่วนประกอบที่สำคัญไม่น้อย ดังนั้นคุณควรจะกันคิ้วให้เข้ารูปอยู่เสมอ เพื่อทำให้เห็นกรอบหน้าชัดเจน แถมยังช่วยให้ดวงตาดูสดใสได้ง่าย อีกด้วยล่ะค่ะ 5. ทำความสะอาดใบหน้าให้เกลี้ยงเกลา    ผิวพรรณที่ไม่กระจ่างใสอาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่เพิ่มอายุให้คุณได้อีกหลายปี ฉะนั้นคนที่อยากหน้าเด็กก็ควรต้องดูแลผิวพรรณให้ดี ด้วยการทำความสะอาดใบหน้าให้เกลี้ยงเกลา หลีกเลี่ยงการใช้สบู่ล้างหน้า เพราะสบู่มีความเป็นกรดด่างที่ไม่เหมาะสมกับผิว ซึ่งอาจจะเป็นเหตุให้คุณหน้าแห้งเป็นขุย อีกทั้งควรเลี่ยงการใช้โทนเนอร์ทำความสะอาดผิวด้วย โดยเฉพาะโทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ แต่ให้ใช้น้ำมันมะพร้าวล้างทำความสะอาดผิวหน้าแทน เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว นอกจากนี้หลังล้างหน้าทุกครั้ง ก็ควรบำรุงผิวหน้าด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์เป็นประจำด้วยจ้า

6. แต่งตัวให้เป็นก็ดูเด็กได้   ไม่ใช่แค่การดูแลสุขภาพร่างกายเท่านั้นที่จะทำให้คุณดูเด็กใสวัยเอ๊าะ แต่รวมไปถึงการแต่งกายด้วย โดยเฉพาะคนที่มีริ้วรอย และเหนียงที่คอ ควรหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าคอกลมที่มิดชิดเกินไป เนื่องจากแพทเทิร์นเสื้อผ้าแบบนี้จะยิ่งดันเนื้อตรงส่วนคอของคุณให้เป็นที่สังเกตชัดมากขึ้น แต่ควรเลือกเสื้อที่เปิดคอกว้าง เพื่อดึงดูดความสนใจไปยังภาพรวม และหากคุณเป็นคนที่มีหน้าท้องก็ควรเลือกใส่เสื้อผ้าสีเข้มด้วยค่ะ 7. บำรุงมือให้เต่งตึงสุขภาพดี   มือเป็นอวัยวะที่ไม่สามารถศัลยกรรมได้ ดังนั้นเราจึงต้องดูแลกันเอง ซึ่งวิธีดูแลมือและเล็บก็ต้องหาผลิตภัณฑ์บำรุงความชุ่มชื้นของผิวและพยายามเลือกครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของสารกันแดดด้วยก็ดี นอกจากนี้เราควรสครับผิวบริเวณมือบ่อย ด้วยการผสมเกลือและน้ำมะนาวเข้าด้วยกัน จากนั้นก็จัดการขัดผิวได้เลยจ้า

8. ใส่ใจผักใบเขียว และมะเขือเทศ   วิตามินเคในผักใบเขียวมีส่วนช่วยเสริมความแข็งแรงให้เลือด ซึ่งก็หมายความว่า จะช่วยลดอาการช้ำบนผิวหนังได้เป็นอย่างดีอีกทั้งยังส่งเสริมให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นด้วย และไลโคปีนในมะเขือเทศก็ช่วยเสริมความแข็งแรงให้เซลล์ผิว ต่อต้านอนุมูลอิสระ และเป็นเกราะป้องกันรังสียูวีจากแสงแดดได้ด้วยนะจ๊ะ9. รับประทานปลา ปลาแซลมอน และปลาที่อุดมไปด้วยไขมันมักจะมี DMAE (Dimethylaminoethanol) ซึ่งเป็นสารอารหารสำคัญอันดับต้น สำหรับผิวพรรณของเรา ดังนั้นเครื่องสำอาง หรืออาหารเสริมที่มีสารตัวนี้อยู่ จึงค่อนข้างมีราคาสูงลิ่วยังไงล่ะคะ แต่ผู้เชี่ยวชาญกลับบอกว่า แค่เพียงคุณกินปลาแซลมอน และปลาทะเลลึกสัปดาห์ละ 2 มื้อ ก็ได้สาร DMAE (Dimethylaminoethanol) เทียบเท่าที่ได้จากอาหารเสริมแล้วล่ะ
10. ออกกำลังสัปดาห์ละ 4 วัน    การออกกำลังกายเป็นไม้ตายของกฎธรรมชาติร่างกายเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะในช่วงอายุที่มากขึ้น ก็ต้องหมั่นออกกำลังกายเพื่อฟิตเฟิร์มสุขภาพบ่อย อย่างน้อยก็ 4 ครั้งต่อสัปดาห์ก็ยังดี แต่ทั้งนี้ก็ควรเลือกการออกกำลังกายให้เหมาะสม อย่างการออกกำลังประเภทคาร์ดิโอก็เหมาะ เพราะช่วยกระตุ้นการทำงานของหัวใจ กล้ามเนื้อ และปอด ขยันออกกำลังกายเข้าไว้จะได้รู้สึกกระปรี้กระเปร่านะคะ    นอกจากเคล็ดลับเหล่านี้แล้ว ก็ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ดื่มน้ำสะอาดเยอะ หลีกเลี่ยงความเครียด และนอนพักผ่อนให้เพียงพอด้วยนะคะ ซึ่งถ้าหากคุณทำได้ครบตามนี้ล่ะก็ รับรองว่าจะได้เป็นหนุ่มเป็นสาว 2 พันปีแน่ จ้า


5 เรื่องลับ ๆ ของรองเท้าส้นสูง ที่แม้แต่แฟชั่นนิสต้าก็อาจไม่เคยรู้ !
ถ้าจะให้พูดถึงเรื่องแฟชั่นกับสาว แล้วล่ะก็ เชื่อว่ารองเท้าส้นสูงจะเป็นไอเทมสำคัญที่ต้องกล่าวถึงอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะรองเท้าส้นสูงมีส่วนช่วยเสริมบุคลิคภาพของผู้หญิงให้สวยเจิดได้ง่าย แม้จะต้องแลกกับความปวดเมื่อยแข้งขายังไง สาว ก็สู้กันไม่ถอยใช้ไหมล่ะ แต่เอ๊ะ ! ใส่ส้นสูงกันมาก็ตั้งนาน เรารู้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับส้นสูงกันบ้างไหมเอ่ย ว่านอกจากสีสัน รูปทรง และความสูงแล้ว ส้นสูงยังมีเรื่องที่ควรรู้อีกตั้ง 5 ข้อตามนี้เลย 1. ส้นยิ่งต่ำ ยิ่งดีกับตัวคุณ    แม้ว่ารองเท้าส้นสูงปรี๊ดจะทำให้คุณสวยเฉิดฉายแค่ไหน แต่ก็ต้องยอมรับว่า เวลาที่เรายืนอยู่บนรองเท้าส้นสูงขนาดนั้นก็มักจะเกิดอาการปวดเมื่อยเท้าไม่เบา และหากเราใส่เดินบ่อย เข้า ทิศทางการเดินของเราจะเปลี่ยนแปลงไปโดยที่ไม่รู้ตัว จนในที่สุดก็จะเสี่ยงกระดูกเท้าผิดรูป เดินไม่สะดวกได้ ดังนั้นรองเท้าส้นสูงประมาณ 1-2 นิ้ว น่าจะปลอดภัยกว่า ใส่เดินแล้วไม่เสี่ยงส้นพลิก ตกส้น เกิดอาการบาดเจ็บที่คาดไม่ถึงได้ง่าย แถมเวลาเดินก็รู้สึกถึงความมั่นคงมากกว่าอีกด้วยเนอะ 2. เรื่องการเฉลี่ยน้ำหนักเท้าให้เท่ากัน     โดยธรรมชาติแล้วเท้าเราจะอยู่ในลักษณะคว่ำติดกับพื้น ซึ่งถือว่าฝ่าเท้าจะเป็นส่วนที่รับทั้งน้ำหนัก และแรงกระแทกจากพื้นแบบเพียว แต่หากว่าคุณสวมรองเท้าส้นสูงเข้าไปร่างกายจะเฉลี่ยน้ำหนักตัวในลักษณะที่ต่างออกไปจากตอนที่เท้าราบไปกับพื้น ซึ่งการเดินยกเท้าก้าวไปทีละข้างของเรา ก็ถือเป็นการช่วยพยุงน้ำหนักตัวส่วนหนึ่งด้วย
     ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมใส่ส้นสูงเดินแล้วถึงรู้สึกเมื่อย และถ้าเป็นไปได้ก็ควรถอดรองเท้าเดินพื้นราบบ้างเพื่อเป็นการพักกล้ามเนื้อเท้าให้ไม่ต้องทำงานหนักจนเกินไปนะจ๊ะ
3. เท้าจะรับน้ำหนักเพิ่มขึ้น 25% ต่อความสูง 1 นิ้วของส้นสูง

          อย่างที่บอกว่าธรรมชาติของเท้าเราจะอยู่ในลักษณะราบกับพื้น การทรงตัวและเดินบนรองเท้าส้นสูงจึงเป็นเรื่องที่ผิดธรรมชาติเล็กน้อย ซึ่งลักษณะนี้นี่ล่ะ ที่ทำให้เท้าเราต้องรองรับน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอีก 25% ต่อความสูง 1 นิ้ว ของส้นรองเท้า 

          อธิบายง่าย ก็คือ หากคุณใส่รองเท้าส้นสูง 4 นิ้ว เท้าทั้ง 2 ข้างก็จะถูกบังคับให้รองรับน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 100% เลยเชียวล่ะ และส่วนเท้าที่ต้องรับภาระน้ำหนักตัวไปเต็ม ก็เห็นจะไม่พ้นปลายเท้า หรือจมูกเท้าของเรานั่นเอง รู้อย่างนี้แล้วสาว เห็นใจฝ่าเท้าน้อย ของเรากันบ้างไหมเอ่ย

4. ส้นสูงเป็นต้นเหตุทำให้กระดูกนิ้วเท้ายื่นและด้าน

          ถ้าสังเกตุเห็นกระดูกที่ยื่นออกมาตรงบริเวณนิ้วโป้ง และมีลักษณะด้านผิดปกติ นั่นก็แสดงว่า คุณเป็นสาวที่หลงใหลการใส่ส้นสูงมากเป็นพิเศษ เพราะกระดูกที่ยื่นออกมาจากบริเวณด้านข้างของเท้านี่ล่ะ ที่เป็นหลักฐานชัด ซึ่งลักษณะผิดปกติเช่นนี้ก็เกิดจากการที่ร่างกายพยายามจะทรงตัวอยู่บนส้นสูงที่มีความลาดเอียง โดยเฉพาะตอนที่เท้าลื่นไถลไปด้านหน้า และเราพยายามจะรั้งเท้าให้กับมาเข้าร่องเข้ารอยที่เดิม เป็นแบบนี้บ่อย เข้าก็เกิดการเสียดสีซ้ำแล้วซ้ำเล่า เจ้ากระดูกเท้าของเราเลยก่อตัวขึ้นมาให้เห็นกันซะเลย

5. วิ่งบนรองเท้าส้นสูงเสี่ยงเป็นโรคปวดข้อ

          สาว ทั้งหลายจ๋า การวิ่งบนรองเท้าส้นสูง 2 นิ้วกว่า ไม่ดีต่อสุขภาพเลยนะคะ เนื่องจากตอนที่คุณออกตัววิ่ง ทั้ง ที่ยังสวมรองเท้าส้นสูงปรี๊ด จะเป็นการเพิ่มการเคลื่อนไหวของข้อในลักษณะที่ผิดปกติมากขึ้น และน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นกว่า 50% จากการใส่ส้นสูง ก็จะยิ่งเสริมแรงกระแทกอีกเท่าตัว คราวนี้ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ข้อและกระดูกจะถูกรังแกขนาดไหน
          รองเท้าส้นสูงเป็นไอเทมที่ช่วยเสริมบุคลิคภาพให้สาว สวยเด่นน่ามอง และบ่งบอกความเป็นสาวเต็มตัวให้ผู้หญิงได้เป็นอย่างดี แต่หากการใส่ส้นสูงจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างนี้ ลองสลับสับเปลี่ยนมาใส่รองเท้าส้นเตี้ย เพื่อพักผ่อนเท้าเล็ก ของเราบ้างก็ดีนะคะ




Share this article :
 
SUPPORT : ទាញយក BLOGER | រៀនថេមផ្លេត | ទាញយកល្អៗ | ទាញយកល្អៗTEMPLATES | NAME | ទាញថេមផ្លេតតាមពេញចិត្ត
COPYRIGHT © 2011. MOVIEBOOKKK.COM--01/19/2015=You Have All Rights Reserved)
Created by Published by name
Created by Published by name