LATEST MOVIE :

WWW.MOVIEBOOK5000YEARS.COM

-

CAUSES OF SKIN PROBLEMS IN COSMETICS

 รู้หรือไม่ ? สาวผู้ชื่นชอบการแต่งหน้า เสี่ยงต่อการสะสมสารเคมีถึง 2 กิโลกรัมต่อปี !           คงต้องยอมรับว่าสาว ๆ สมัยนี้สนุกกับการแต่งหน้ามากขึ้น เพราะเทคนิคการสอนแต่งหน้าสามารถหาได้ง่ายแค่ปลายนิ้ว แต่รู้กันหรือไม่ว่าในเครื่องสำอางที่ใช้กันอยู่นั้นมีส่วนประกอบของสารเคมีอยู่ระหว่าง 80-90% ซึ่งถ้าหากสาว ๆ ไม่ดูแลปกป้องผิวหน้ากันอย่างดีแล้ว นอกจากจะได้ผิวหน้าหมองคล้ำ มีริ้วรอยเป็นของแถมแล้ว ยังเสี่ยงต่อการสะสมสารเคมีในร่างกายถึงปีละ 2 กิโลกรัม ซึ่งอาจทำให้เกิดความผิดปกติเกี่ยวกับผิว ความผิดปกติด้านฮอร์โมน หรือแม้กระทั่งก่อเกิดมะเร็งได้           "ในการแต่งหน้าแต่ละครั้งนั้น ผิวหนังสามารถซึมซับสารเคมีจากเครื่องสำอางเข้าสู่ร่างกายได้ถึง 60% อันเป็นสาเหตุเบื้องต้นของผิวหน้าหมองคล้ำ มีริ้วรอยเหี่ยวย่น เนื่องจากผิวหน้าได้รับออกซิเจนน้อยลงทำให้เซลล์เสื่อม และดูมีอายุก่อนวัย ถึงแม้จะมีการทำความสะอาดเป็นอย่างดีก่อนนอน ดังนั้นยิ่งผู้หญิงยิ่งแต่งหน้าหนามากเท่าไหร่ จะยิ่งสุ่มเสี่ยงต่อการดูแก่ก่อนวัยและผิวหมองคล้ำมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นไม่ควรใช้สำอางมากชนิด ควรใช้แต่พอควร และรีบล้างออกทันทีเมื่อหมดวัน หากทิ้งไว้อาจเป็นต้นกำเนิดของแบคทีเรียต่าง ๆ ทำให้เกิดการอุดตัน เป็นที่มาของผื่นแพ้และเป็นสิว" นพ.วรพล สุขีวัฒนา หรือ ดร.โทนี่ ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณ กล่าว           สาว ๆ ผู้รักสวยรักงามต้องหันมาใส่ใจในเลือกซื้อเครื่องสำอางกันมากขึ้น โดยให้ความใส่ใจกับส่วนผสมต่าง ๆ เพราะสารบางตัวนั้นเป็นต้นเหตุของมะเร็ง บางตัวมีผลทำให้ฮอร์โมนผู้หญิงลดลง ประจำเดือนหมดเร็ว ก่อนจะซื้อเครื่องสำอางจึงควรระวัง 5 อันดับต้น ๆ ของสารเคมีที่มีอันตรายต่อร่างกาย ดังต่อไปนี้           1. พาราเบน (Paraben) สารกันเสียที่นิยมใช้อย่างมากในกลุ่มเครื่องสำอางจำพวกผิวหนัง ครีมบำรุงผิวหน้า ครีมทำความสะอาด รวมถึงผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นหรือโรลออน เนื่องจากราคาถูกจึงถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในรูปของเมธิลพาราเบน (Methylparaben) และเอทิลพาราเบน (Ethylparaben) มีประสิทธิภาพในการยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย สารเคมีตัวนี้สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายและกระแสเลือดได้อย่างรวดเร็วและง่ายต่อการสะสมในร่างกาย หลายองค์กรจึงรณรงค์ให้หลีกเลี่ยงการใช้พาราเบนที่พบว่าเสี่ยงต่อการระคายเคืองผิว อาจขัดขวางการทำงานของต่อมไร้ท่อ ทำให้มีความผิดปกติด้านฮอร์โมน (Hormone imbalance) และอาจเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม
          2.
          2. ทาล (Talc) เป็นสารเคมีอีกหนึ่งชนิดที่สามารถทำให้เกิดมะเร็งได้ โดยเฉพาะถ้าใช้แหล่งวัตถุดิบไม่ดีอาจเกิดการปนเปื้อนของสารชนิดที่เรียกว่า "Asbestos" แต่ต้องได้รับเป็นจำนวนมากจึงส่งผลร้ายต่อร่างกายได้ ทาลเป็นส่วนประกอบสำคัญที่พบมากที่สุดในเครื่องสำอางประเภทแป้งตลับ อายแชโดว์ชนิดฝุ่น หรือพวกบลัชออน เป็นต้น โดยทำหน้าที่เป็นสารช่วยหล่อลื่นทำให้รู้สึกลื่นเมื่อสัมผัส ไม่จับตัวเป็นก้อน           3. Petroleum Derivative เป็นสารเคมีที่ได้มาจากการแยกน้ำมันปิโตรเลียม และถูกนำไปเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางหลายประเภท อาทิ ครีมรองพื้น โฟมล้างหน้า ครีมบำรุงผิว เพื่อทำหน้าที่เก็บกักความชุ่มชื่นผิว โดยการเคลือบผิวไว้ แต่ด้วยความที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่และผ่านกรรมวิธีทางเคมี จึงอาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง ผิวอุดตันและเกิดสิวได้ และหากสะสมในประมาณมากพอสมควร อาจเสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพของผิว ทำให้ฮอร์โมนและภูมิคุ้มกันในเพศหญิงอ่อนแอ           4. สารตะกั่ว (Lead) อาจจะปนเปื้อนมาจากการสกัดส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอางเป็นสารต้องห้าม เนื่องจากหากดูดซึมเข้าสู่ร่างกายจะก่อให้เกิดอาการปวดบิดในท้องอย่างรุนแรง ร่วมกับอาการท้องผูก หรือถ่ายเป็นเลือด เนื่องจากเม็ดเลือดแดงถูกทำลายเร็วขึ้นและลดอัตราการสร้างเม็ดเลือดแดง ระบบประสาททั่วร่างกายผิดปกติ กฎหมายกำหนดไว้ว่าอาจพบสารตะกั่วได้ในอัตราส่วนไม่เกิน 20 ส่วนในล้านส่วนโดยน้ำหนัก หากพบว่าผลิตภัณฑ์ใดมีสารตะกั่วเกินกว่านี้จะเข้าข่ายเป็นเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย           5. สารปรอท (Mercury) เป็นสารที่ทำให้เกิดอาการการแพ้หรือระคายเคืองได้อย่างรุนแรง อันตรายต่อระบบทางเดินปัสสาวะ มักพบในเครื่องสำอางที่ทำให้สีผิวจาง ลดสิว ฝ้า กระ และจุดด่างดำ ที่ไม่ได้มาตรฐาน สารปรอทสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง เช่น สูดดมเข้าทางปอด หรือถูกดูดซึมผ่านทางลำไส้เล็กหากมีการกลืนกินเข้าไป แม้แต่การทาที่ผิวหนัง สารปรอทก็จะถูกดูดซึมเข้าไปสะสมในร่างกาย           ทางที่ดีที่สุดคือหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางที่มีสารจำพวกนี้ และควรทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดหมดจดทุกครั้ง หรือหากเลี่ยงไม่ได้ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่สามารถป้องกันการซึมเข้าผิวของสารเคมีชนิดต่าง ๆ จะสามารถปกป้องผิวจากสารเคมีในเครื่องสำอาง ทำให้ผิวดูกระจ่างใสและลดอัตราเสี่ยงต่อโรคร้ายต่าง ๆ ได้
พฤติกรรมบั่นทอนอายุ (Woman Plus)           ก็สมัยนี้น่ะ คนส่วนหนึ่งที่หันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น อันนี้ก็ดีอยู่แล้วค่ะ แต่อีกส่วนหนึ่งนั้นก็เรียกว่าไม่ใส่ใจสุขภาพเอาเสียเลย มีการใช้ชีวิตแบบปล่อยไปตามมีตามเกิด แบบนี้ไม่ได้แล้วนะคะ เพราะการใช้ชีวิตประจำวันของเรานี่แหละ ที่จะบอกได้เลยว่าเราจะมีอายุยืนสักแค่ไหน หรือแก่ช้าอย่างไร งั้นเรามาดูสิ่งที่เมื่อทำแล้วเราจะแก่เร็ว ! กันเถอะ        การนอนดึก           ก่อนอื่นเลย คือ การนอนดึก ไม่ว่าจะไปเที่ยวมา ทำงานเลิกช้า ติดซีรีย์ หรือดูฟุตบอลก็ตาม การนอนดึกนั้นทำให้ไม่มีฮอร์โมนต้านมะเร็งหลั่งออกมา นอกจากนั้นแล้วจะยิ่งทำให้เกิดโรคร้ายอื่น ๆ ได้อีก เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันสูง และโรคอ้วน เพราะคนนอนดึกก็มักจะหิว ยิ่งง่ายต่อการทานกลางคืนค่ะ        สูบบุหรี่และกินเหล้า           อันนี้แน่นอนอยู่แล้วว่าทั้งสองสิ่งนี้เป็นผลเสียกับอวัยวะภายในและภายนอกของร่างกาย เพราะปอดและตับจะทำงานหนัก เป็นผลให้แก่เร็วและเป็นมะเร็งตามมา เพราะฉะนั้นเราจึงควรลด ละ และเลิกซะตั้งแต่ตอนนี้นะคะ เพื่อสุชภาพที่ดีของเรา        ชอบทานแต่ไขมัน           เพราะไขมันและโปรตีนจากเนื้อนั้นเป็นแหล่งอาหารชั้นหนึ่งของมะเร็ง ที่จะทำให้เซลล์มะเร็งเติบโตได้ มิหนำซ้ำยังอ้วนอีกนะ        มีความเครียดจัด           เพราะหากมีความทุกข์ ซึ่งเป็นสารชนิดหนึ่งที่ช่วยในการเจริญเติบโตของมะเร็งได้อย่างดีทีเดียว นอกจากจะเป็นเรื่องของมะเร็งแล้ว ความเครียดนั้นจะบั่นทอนในทุกการกระทำของเราอีกต่างหากนะคะ มีผลไปถึงหน้าหมองคล้ำดำเสีย ไม่สดใสอีกด้วย        ร่างกายขาดวิตามิน           เพราะวิตามินต่าง ๆ จะทำหน้าที่ต้านเชื้อมะเร็งได้อย่างดี แล้วหากร่างกายขาดวิตามินเหล่านี้ ก็จะไม่มีอะไรสู้กับมันได้ เพราะฉะนั้นควรหมั่นรับประทานผักผลไม้ที่มีวิตามินให้เข้าสู่ร่างกายเป็นประจำ        ทานของร้อนจัดเกินไป           อย่างการซดชาร้อน หรือกาแฟร้อนนั้น จะไปลวกให้เซลล์หลอดอาหารอักเสบ และเมื่ออักเสบแล้วก็มีโอกาสเปลี่ยนไปเป็นเซลล์มะเร็ง อย่างนั้นแล้ว ควรหลีกเลี่ยงและควรรอให้ของร้อนแล้วนั้น อยู่ในระดับที่พออุ่นค่ะ        กลั้นปัสสาวะ           น้ำปัสสาวะเป็นของเสีย ยิ่งอยู่นิ่งเป็นเวลานานจากการอั้น มันจะทำให้กระเพาะปัสสาวะของเราสะสมสิ่งเน่าเสียเหล่านี้ก่อให้เกิดมะเร็งได้ แล้วยังทำให้เราเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้อีกด้วย        ชอบทานรสเค็ม           สิ่งมีชีวิตที่กินอาหารเค็มมีอัตราการเกิดมะเร็งสูงกว่า โดยเฉพาะในอาหารจำพวกเนื้อเต็ม เนื้อแห้ง เป็นต้น ดังนั้นควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการชอบทานเค็มให้ลดน้อยลง ก่อนที่จะสายเกินไปนะคะ        ตากแดดบ่อยเกินไป           แสงแดดเป็นรังสีที่กระตุ้นอณูเซลล์ให้แบ่งต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งกลายเป็นก้อนใหญ่ขึ้นได้ อย่างนั้นแล้วจึงควรหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแดดที่แรงจัด หาวิธีป้องกันโดยการทาครีมกันแดด ใส่เสื้อผ้าปกคลุมก็ได้นะ
เรียกได้ว่าวัยเลข 2 เป็นช่วงวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงมากเกือบจะทุกเรื่อง ทั้งเรื่องสุขภาพร่างกาย ชีวิต และสิ่งต่าง ๆ รอบตัวจนแทบจะรับมือไม่ทัน แต่ถึงจะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องต่าง ๆ มากแค่ไหน ก็ต้องคำนึงถึงเรื่องสุขภาพร่างกายและการกินอาหารที่ดีก่อนเป็นอย่างแรก เพราะในช่วงวัยนี้อาจจะไม่มีปัญหาสุขภาพแสดงออกชัดเจนมากนัก แต่บางอย่างอาจจะค่อย ๆ สะสมเพื่อปะทุเป็นปัญหาใหญ่ในช่วงอายุมากกว่านี้ก็เป็นได้ ฉะนั้นมาดู 7 เหตุผลในการกินอาหารที่มีประโยชน์ในช่วงวัยเลข 2 กันดีกว่าจ้า       เพื่อรูปร่างสวยสมส่วน           แน่นอนอยู่แล้วว่า การกินอาหารที่มีประโยชน์จะช่วยให้รูปร่างดูสวยสมส่วน เพราะโดยปกติแล้วอาหารที่มีประโยชน์จะมีแคลอรี่ไม่มาก ซึ่งเป็นพลังงานที่ได้มาจากผักผลไม้ที่แสนจะมีประโยชน์ต่อร่างกายนั่นเอง เอาเป็นว่า เริ่มกินอาหารที่มีประโยชน์กันตั้งแต่ช่วงอายุน้อย ๆ เถอะค่ะ ลองคิดดูสิว่าช่วงหน้าร้อนที่น่าใส่บิกินี่เดินเล่น รูปร่างของคุณจะโดดเด่นสุด ๆ ขนาดไหน       เพื่อผิวสวยกระจ่างใส           ในช่วงอายุยี่สิบกว่า ๆ อาจจะต้องเจอปัญหาผิวพรรณเช่น ปัญหาผิวมันหรือเป็นสิว ซึ่งอาจจะทำให้ผิวหน้าของคุณแห้งเหี่ยวดูแก่กว่าวัยได้ ลองมาโฟกัสเรื่องอาหารการกินเพื่อสุขภาพให้มากกว่าเดิมดูสิคะ แล้วคุณจะรู้ว่าการมีใบหน้าใส ๆ ได้ ไม่จำเป็นต้องพึ่งการใช้ยาหรือสกินแคร์ราคาแพงเลย แค่ลดการกินอาหารขยะที่มีผลทำให้หน้ามันเพิ่มขึ้น กินน้ำและผักผลไม้เยอะ ๆ แค่นี้ก็จะมีผิวสวยสุขภาพดีสมกับวัยแล้วจ้ะ       เพื่อผมนุ่มสลวยเงางาม           คงไม่มีสาว ๆ คนไหนที่ไม่อยากมีผมนุ่มสลวยเงางามหรอกจริงไหมล่ะ ? แต่ถ้ารู้สึกว่าถึงใช้แชมพู ครีมนวด หรือทรีทเม้นท์ที่ใครก็ว่าดีมามากแค่ไหน ผมก็ยังแห้งเสียเหมือนเดิม ก็อาจจะเป็นเพราะร่างกายของคุณแย่เองแล้วล่ะค่ะ ฉะนั้นลองเปลี่ยนมากินผักผลไม้ ถั่ว และธัญพืชเพิ่มขึ้นดีกว่า เพราะอาหารพวกนี้จะช่วยเพิ่มน้ำมันให้แก่เส้นผม อันจะช่วยบำรุงให้ผมนุ่มสลวยเงางามอย่างที่ต้องการแล้วล่ะ       เพื่อกระดูกแข็งแรง
          สาว ๆ ที่ยังอยู่ในช่วงวัยเลข 2 อาจยังไม่คำนึงถึงเรื่องโรคกระดูกพรุนหรือสุขภาพกระดูกมากนัก แต่รู้ไหมว่าปัญหากระดูกแตกหรือกระดูกร้าวอาจเกิดขึ้นได้จากการขาดสารอาหารในช่วงวัยรุ่นนี่เอง ฉะนั้นเสริมด้วยอาหารที่เต็มไปด้วยแคลเซียม อย่างนมสดหรือโยเกิร์ต แล้วอย่าลืมหลีกเลี่ยงพวกน้ำอัดลมด้วยนะจ๊ะ       เพื่อช่วยเรื่องฮอร์โมน           สาว ๆ คนไหนมีปัญหาเรื่องประจำเดือนหรืออาการอยากอาหารมาก ๆ บ้างไหมคะ ? ทราบไหมว่าการกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพจะช่วยบรรเทาและขจัดปัญหาเกี่ยวกับฮอร์โมนต่าง ๆ ที่คุณสาว ๆ ต้องเจอ รวมทั้งยังช่วยรักษาระดับฮอร์โมนไม่ให้ผิดปกติด้วย แต่ควรจะต้องกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพอย่างเพียงพอ ไม่ใช่จำกัดปริมาณการกินจนทำให้ร่างกายหิวโหยอ่อนเพลีย
     
      เพื่อการนอนหลับพักผ่อนที่ดี           คงไม่มีอะไรที่ทรมานไปมากเท่ากับการนอนไม่หลับอีกแล้ว แม้จะพยายามกลิ้งไปกลิ้งมานานนับชั่วโมงก็ไม่มีทีท่าว่าจะหลับเสียที นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าในแต่ละวันร่างกายของคุณได้รับคาเฟอีนหรือน้ำตาลมากไป จนทำให้นอนไม่หลับในตอนกลางคืน เอาเป็นว่าลองลดอาหารและเครื่องดื่มที่เต็มไปด้วยคาเฟอีนและน้ำตาล แล้วเปลี่ยนมากินอาหารที่มีประโยชน์ อย่างผักผลไม้และไม่เน้นเนื้อสัตว์ที่ทำให้ย่อยยาก วิธีนี้จะช่วยทำให้คุณนอนหลับได้อย่างสบายใจทุกคืนอย่างไม่ต้องนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอีกแล้ว       เพื่อการเรียนและทำงานที่มีประสิทธิภาพ           รู้หรือไม่ว่า ผู้ที่กินอาหารดีมีประโยชน์ จะสามารถทำหน้าที่ของตัวเองไม่ว่าจะที่โรงเรียนหรือที่ทำงานได้สำเร็จลุล่วงดีกว่า แถมยังมีความสุขมากกว่าคนที่กินอาหารไม่เพียงพอหรือกินแต่อาหารไม่มีประโยชน์เสียอีก แค่เลือกกินอาหารดี ๆ ที่ให้พลังงานเพียงพอต่อร่างกายในแต่ละวัน ก็ช่วยร่างกายให้ฟิตพร้อมสำหรับการเรียนหรือทำงานในแต่ละวันแล้วล่ะ           ว้าว แค่การเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ก็ช่วยให้ได้ผลดีต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจได้ดีขนาดนี้ สาว ๆ ที่รู้แล้วอย่าไปรอช้าค่ะ มาเริ่มต้นการกินอาหารเพื่อสุขภาพตั้งแต่วันนี้เพื่อสิ่งที่ดีในวันข้างหน้าดีกว่านะคะ
7 ข้อควรทำ หลังต่อเล็บ (momypedia)           แฟชั่นเล็บมีออกมาเรื่อย ๆ ต่อเล็บแล้วเพ้นท์ลายบ้าง ทำเจลใส่กากเพชรบ้าง ทาสีฉูดฉาดบ้าง สีพาสเทลบ้าง ทำออกมาแล้วสวย มองเล็บแล้วมีความสุข แต่พอนำเล็บที่ต่อออก หรือล้างเล็บแต่ละครั้งลมแทบจับ เพราะเล็บที่เคยสุขภาพดีกลับซีดเซียวเปราะบาง และเหลือง ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รักเล็บ อยากให้เล็บสุขภาพดี คุณก็จำเป็นต้องรู้วิธีฟื้นฟูดูแลหลังผ่านการแต่งเสริมเติมแต่งด้วยค่ะ มาดู 7 ข้อควรทำ หลังต่อเล็บกันค่ะ           1. ชุบน้ำยาล้างเล็บลงบนสำลี แล้วค่อย ๆ ถูบนเล็บเพื่อเช็ดน้ำยาอะคริลิคที่ยังอาจตกค้างบนเล็บออก           2. แช่มือในน้ำอุ่น 10 นาที เพื่อให้เล็บและผิวหนังรอบ ๆ เล็บของคุณได้หายใจและซึมซับ           3. ทาครีมให้ทั่วมือ แล้วนวดบริเวณนิ้วจนครบทุกนิ้วประมาณ 3-5 นาที เพื่อกระตุ้นการทำงานของต่อมสร้างเล็บที่อยู่บริเวณโคนเล็บ           4. เมื่อเวลาผ่านไป เล็บของคุณเริ่มยาวขึ้น เล็บที่สุขภาพดีจะอยู่ที่โคนเล็บที่งอกใหม่ ส่วนเล็บที่เสียก็จะยาวออกมา ก็ค่อย ๆ ตัดแต่งเล็มเล็บไปเรื่อย ๆ เพื่อเอาเล็บที่เสียออกไป เพราะการเยียวยาเล็บเสียที่ดีที่สุดคือการดูแลเล็บใหม่ให้แข็งแรง           5. หมั่นทาน้ำมันรอบ ๆ เล็บ เพราะการทาน้ำมันที่มีวิตามินอี หรือโอลีฟออยล์รอบผิวหนังของเล็บและบนตัวเล็บ           6. หลังตัดเล็บ ควรนวดนิ้วมือจะช่วยกระตุ้นให้สุขภาพของเล็บฟื้นฟูได้เร็วยิ่งขึ้น           7. เมื่อเล็บของคุณแข็งแรงขึ้น ตะไบปลายเล็บให้ได้รูปทรงสวยงาม จากนั้นทาน้ำมันลงบนผิวเล็บ ตัวน้ำมันจะเป็นเหมือนชั้นป้องกันและทำให้เล็บของคุณดูมันวาว แล้วค่อย ๆ ตะไบเล็บอีกครั้งไปในทิศทางเดียวกันเพื่อให้เล็บแข็งแรงขึ้น
          ปัญหาที่คนต่อเล็บมักเจอ คือ เมื่อถอดเล็บที่ต่อออกมาจะเจอว่าเล็บสุขภาพเสียไปแล้ว สาเหตุหลักเกิดจากกาวที่ส่วนใหญ่มักใช้เป็นกาวที่ทำด้วยเมทิล เมธา ครายเลต ซึ่งมีราคาถูก โดยจะมีลักษณะกลิ่นฉุน และเป็นพิษ อาจจะมีปฏิกิริยากับผิวหนังหรือทำให้เล็บเสียหายถาวรได้ อีกทั้งเมื่อกาวแห้งจะแข็งตัว มักจะยึดติดกับเล็บจริงอย่างแน่นหนา จึงอาจทำให้เล็บฉีกได้เมื่อจะถอดออก บางครั้งเมื่อถอดเล็บปลอมไม่ออกอาจต้องถึงขั้นใช้ตะไบมาตะไบหน้าเล็บ ยิ่งทำให้เล็บที่อยู่ข้างใต้เสียหายหนัก ซึ่งจะส่งผลถึงสุขภาพของเล็บได้ นอกจากนั้นกาวซึ่งเป็นสารเคมีอาจถูกดูดซึมเข้าสู่เล็บ และอาจเป็นสาเหตุของการติดเชื้อรา หรือสะสมเชื้อราภายใต้เล็บได้
          ปัญหาที่คนต่อเล็บมักเจอ คือ เมื่อถอดเล็บที่ต่อออกมาจะเจอว่าเล็บสุขภาพเสียไปแล้ว สาเหตุหลักเกิดจากกาวที่ส่วนใหญ่มักใช้เป็นกาวที่ทำด้วยเมทิล เมธา ครายเลต ซึ่งมีราคาถูก โดยจะมีลักษณะกลิ่นฉุน และเป็นพิษ อาจจะมีปฏิกิริยากับผิวหนังหรือทำให้เล็บเสียหายถาวรได้ อีกทั้งเมื่อกาวแห้งจะแข็งตัว มักจะยึดติดกับเล็บจริงอย่างแน่นหนา จึงอาจทำให้เล็บฉีกได้เมื่อจะถอดออก บางครั้งเมื่อถอดเล็บปลอมไม่ออกอาจต้องถึงขั้นใช้ตะไบมาตะไบหน้าเล็บ ยิ่งทำให้เล็บที่อยู่ข้างใต้เสียหายหนัก ซึ่งจะส่งผลถึงสุขภาพของเล็บได้ นอกจากนั้นกาวซึ่งเป็นสารเคมีอาจถูกดูดซึมเข้าสู่เล็บ และอาจเป็นสาเหตุของการติดเชื้อรา หรือสะสมเชื้อราภายใต้เล็บได้ เล็บบ่งบอกสุขภาพ           คุณรู้หรือไม่ เล็บใช้บอกโรคบางชนิดหรือการทำงานของอวัยวะภายในได้ด้วยนะ บางครั้งแพทย์แค่ดูเล็บก็สามารถวินิจฉัยได้ว่าคุณมีโรคภายในหรือมีความผิดปกติใด ๆ ซ่อนอยู่ในร่างกาย เช่น            เล็บเปลี่ยนสี อาจเป็นโรคเบาหวานหรือโรคภูมิแพ้             รูปร่างเล็บเปลี่ยนไป อาจมีปัญหาระบบทางเดินหายใจหรือฮอร์โมนผิดปกติ            พื้นผิวของเล็บอาจบ่งชี้ว่ามีปัญหาเกี่ยวกับไต ตลอดจนเล็บเป็นหลุมเป็นบ่อมีความเสี่ยงต่อการพัฒนาโรคข้ออักเสบ เป็นต้น
 อาหารบำรุงเล็บ           ถ้าคุณต้องการให้เล็บแข็งแรง ลองตรวจสอบนิสัยการกินหน่อยสิว่าคุณได้เลือกกินเพื่อบำรุงเล็บด้วยหรือเปล่า สารอาหารที่สำคัญสำหรับเล็บ ได้แก่ โปรตีน, เหล็ก, แคลเซียมในผักใบเขียว, ผลิตภัณฑ์นม, งา, วิตามินต่าง ๆ เช่น ธาตุเหล็กหรือสังกะสี เป็นต้น
Share this article :
 
SUPPORT : ទាញយក BLOGER | រៀនថេមផ្លេត | ទាញយកល្អៗ | ទាញយកល្អៗTEMPLATES | NAME | ទាញថេមផ្លេតតាមពេញចិត្ត
COPYRIGHT © 2011. MOVIEBOOKKK.COM--01/19/2015=You Have All Rights Reserved)
Created by Published by name
Created by Published by name