
ผู้หญิงเราต่างระมัดระวังทุก ๆ เรื่อง ๆ ที่จะทำลายผิวหน้า แล้วทำให้หน้าแก่ก่อนวัย ไม่ว่าจะต้องทาครีมทุกวัน ใช้ครีมกันแดด กางร่ม ฯลฯ แต่สาว ๆ จำนวนไม่น้อยก็เผลอมองข้ามเรื่องบางอย่างที่แสนจะใกล้ตัว แต่ทำร้ายผิวให้คุณดูแก่เกินวัยไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ กระปุกดอทคอมไม่อยากให้คุณหน้าแก่แบบไม่ทันตั้งตัว เลยนำ 9 เรื่องที่เหมือนธรรมดา แต่ทำให้หน้าคุณแก่ได้เหล่านี้ มาเตือนให้ระวังตัวกันค่ะ 1. ลูกอม ทอฟฟี่ ของหวานทั้งหาย
ผู้หญิงทุกคนย่อมรู้ดีว่า ลูกอมขนมหวานทั้งหลายนั้นช่างไม่เป็นมิตรกับรอบเอวคุณเอาเสียเลย แต่น้อยคนที่จะตระหนักว่าขนมหวานเหล่านี้ยังทำให้ผิวคุณเหี่ยวง่ายแก่ไวด้วย เพราะน้ำตาลที่มากเกินไป ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ทำให้เกิดกระบวนการ ไกลเคชั่น (glycation) ซึ่งทำร้ายคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว นำไปสู่ริ้วรอยเหี่ยวย่นต่าง ๆ นั่นเอง2. วิ่งออกกำลังกายมากเกินไป
การวิ่งเป็นการออกกำลังกายง่าย ๆ และเป็นสิ่งที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งที่คุณสามารถจะมอบให้ร่างกายได้ แต่การวิ่งก็ต้องมีจุดพอดี และหากคุณมีอายุนำหน้าด้วยเลข 4 แล้ว และยังวิ่งออกกำลังกายอย่างหนักหน่วง คุณก็เสี่ยงกับภาวะที่เรียกว่า runner's face เอามาก ๆ อันเกิดจากการออกกำลังกายได้เบิร์นเอาไขมันใต้ผิวหนังคุณออกมากเกินไป ทำให้ความเต่งตึงของผิวหายไปด้วย ผิวจึงเหี่ยวย่น ๆ ทั้ง ๆ ชอบออกกำลังกายจึงเกิดขึ้นนั่นเอง

3. ปลอกหมอนผ้าฝ้าย
การเปลี่ยนปลอกหมอนเป็นประจำคือสิ่งที่คุณควรทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อสุขภาพผิวหน้า และที่สำคัญก็ควรเลือกปลอกหมอนที่ทำจากผ้าไหมหรือผ้าซาติน แทนที่จะเป็นผ้าฝ้าย เพราะผ้าฝ้ายสามารถดูดความชุ่มชื่นจากผิวได้ ลองคิดดูสิคะ หน้าที่นอนแนบกับหมอนหุ้มด้วยปลอกหมอนผ้าฝ้ายมาตลอดคืนถูกพรากความชุ่มชื้นไปอย่างต่อเนื่องยาวนาน บ่อย ๆ เข้าก็ทำให้หน้าเหี่ยวได้เหมือนกันนะ4. เลือกเมคอัพที่ไม่แมตช์กับหน้าการแต่งหน้าควรจะทำให้เราดูสวยเด่น และอ่อนเยาว์กว่าเดิม ไม่ใช่เพิ่มอายุให้ดูแก่ สาว ๆ จึงต้องพิถีพิถันในการเลือกเครื่องสำอางให้รับกับใบหน้า ทั้งสูตรที่ใช้ และเฉดของเครื่อสำอาง หากเลือกผิดขึ้นมา ก็ทำให้หน้าแก่ลงได้จนตกใจเลยล่ะ

5. ดริ๊งค์มากเกินไป ก็ดันเป็นสาวสังคมเข้าให้ ก็เลยต้องออกงานเข้าสังคม พบปะสังสรรค์กันบ่อยกว่าปกติ ถ้าคุณอยู่ในข่ายนี้ ก็ขอเตือนให้ระวังเรื่องการดื่มเสียหน่อย เพราะเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ผสมนั้นกระตุ้นการปัสสาวะ ถ้าคุณยิ่งดื่มมาก ก็ยิ่งฉี่บ่อย และเมื่อฉี่มากร่างกายก็เสียน้ำเยอะ ทำให้เซลล์ในร่างกายเหี่ยวไปหมด รวมถึงเซลล์ผิวหนังก็จะห่อเหี่ยว ทำให้ผิวเหี่ยวแห้งขาดน้ำ และดูโทรมได้ด้วย
6. ทำงานที่มีแต่ความเครียด สาวเวิร์กกิ้งวูแมนอาจคิดว่าความเครียดเป็นเรื่องท้าทาย แม้จะรู้สึกเครียด แม้หน้าที่รับมอบหมายจะเครียดมาก แต่ก็อยากเอาชนะมัน ทว่าสิ่งที่คุณได้มากลับเป็นโรคเครียด หรือโรควิตกกังวลเรื้อรัง บวกด้วยฮอร์โมนคอร์ติซอลถูกกระตุ้นให้หลั่งมากเกินไป จนไปทำลายการทำงานของคอลลาเจนในผิว ทำให้ผิวโทรมหมอง ขาดความเต่งตึงยืดหยุ่น คนที่เครียดบ่อยจึงแก่ไวไงล่ะ

7. นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ-ไม่สม่ำเสมอ
การนอนหลับพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ หรือไม่สม่ำเสมอ เดี๋ยวนอนดึก เดี๋ยวหัวค่ำ เดี๋ยวนอนเช้า สิ่งเหล่านี้ทำให้ผิวพรรณของสาว ๆ ส่งสัญญาณว่า ขอผิวแก่ล้ำหน้ากว่าอายุแล้วกัน โดยเตือนคุณด้วยริ้วรอย ความเหี่ยวย่น รวมถึงจุดดำคล้ำบนผิว ถ้านิสัยนี้สะสมไปนาน ๆ ความแก่เกินไวแบบไม่รู้ตัวจะมาอยู่กับคุณถาวรแน่ ๆ 8. ไดเอทแบบเลือกกินเฉพาะอาหารไขมันต่ำ สาวรักษาหุ่นที่จะกินอะไรแต่ละที ก็ต้องมองหาของที่ไขมันต่ำเท่านั้น เมื่อกินแบบนี้นาน ๆ ไป จะทำให้ร่างกายของคุณขาดไขมันจำเป็น อย่างไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเชิงคู่ไปโดยไม่รู้ตัว (monounsaturated and polyunsaturated fats) ซึ่งไขมันทั้งสองประเภทนี้มีประโยชน์กับคุณ ในด้านบรรเทาอาการอักเสบของผิวได้ รวมไปถึงอาการอักเสบของผิวจากสิวด้วย

9. อยู่แต่ในห้องแอร์ทั้งวันทั้งคืน ในเมื่อบ้านเราเป็นเมืองร้อน หลายๆ คนจึงโปรดปรานมากกว่าที่จะอยู่ในห้องปรับอากาศที่ปรับอุณหภูมิไว้เย็นสบาย บางคนอยู่นห้องแอร์ตลอดทั้งช่วงกลางวัน วันส่วนตอนกลางคืนก็ยังเปิดแอร์นอนอีกต่างหา อากาศแห้งๆ เย็นๆ นี้แหละ จะทำให้ผิวคุณแก่ล้ำเกินไวอย่างคาดไม่ถึง ทั้งกร้าน ทั้งหยาบ ร้ายหน่อยก็ลอกเป็นขุยๆ ด้วย ไม่สวยเลยล่ะค่ะ
ผู้ที่รู้สึกว่าดูแลผิวหลัก ๆ อย่างการทาครีม และหลบแดดก็ทำแล้ว แต่ผิวก็ยังไม่ดูสดใสอย่างที่ควร บางทีอาจเป็นเพราะคุณยังปล่อยให้พฤติกรรทั้ง 9 เหล่านี้ ทำร้ายผิวของคุณอยู่ก็เป็นได้ ถ้าอย่างนั้นนับจากวันนี้ต่อไป ก็ต้องมาใส่ใจกับเรื่องธรรมดาๆ ในทุกๆ วันกันให้มากขึ้นแล้วล่ะเนอะ
มะเร็งเต้านม มียาฉีดป้องกัน ลดความเสี่ยงได้ 75%

นักวิจัยสหรัฐฯ ทำการทดลองยาป้องกันโรคมะเร็งเต้านมในหนูได้สำเร็จ ลดความเสี่ยงได้ถึง 75% กำลังดำเนินการวิจัยพัฒนาต่อเพื่อใช้กับคนได้แน่
เว็บไซต์เดลี่เมล รายงานเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2557 ว่า วารสาร Science Translational Medicine เผยแพร่ผลงานวิจัยที่น่าตื่นเต้น จากทีมวิจัยของดอกเตอร์ดอน อิงเบอร์ แห่งโรงเรียนการแพทย์ฮาร์วาร์ด สหรัฐฯ หลังทดสอบยาฉีดป้องกันโรคมะเร็งเต้านมในหนูได้ผลที่น่าพอใจ สามารถลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมชนิดเฉพาะที่ หรือ DCIS (ductal carcinoma in situ) ได้ถึง 75% สำหรับโรคมะเร็งเต้านมชนิดเฉพาะที่ หรือ DCIS นั้น เป็นโรคมะเร็งเต้านมชนิดที่มักไม่กระจายไปที่ต่อมน้ำเหลือง โดย 50% ของผู้ป่วยที่ตรวจพบเซลล์ผิดปกตินี้ มีโอกาสพัฒนาไปสู่มะเร็งเต้านมเต็มขั้นได้ แต่ถึงกระนั้นผู้ป่วยที่ตรวจพบในระยะเริ่มต้น ก็ไม่มีทางทราบได้แน่ชัดเลยว่า ตัวเองจะหายได้หรือจะก้าวเข้าสู่โรคมะเร็งเต็มขั้นกันแน่ หนทางที่ดีที่สุดจึงเป็นการกำจัดที่ตัวสาเหตุตั้งแต่แรกเริ่ม นอกจากนี้ โรคมะเร็งเต้านมชนิด DCIS ยังเป็นชนิดเดียวกับที่ดาราสาว แองเจลิน่า โจลี เป็น จนเธอได้ตัดสินใจตัดเต้านมทิ้ง เพื่อกำจัดความเสี่ยงในการพัฒนาไปสู่มะเร็งเต็มขั้น เนื่องจากเธอมียีนผิดปกติที่ทำให้เสี่ยงกับโรคมะเร็งนี้ถึง 87%
การวิจัยของดอกเตอร์อิงเบอร์ ได้ทำการติดตามยีนเร่งการพัฒนาของเซลล์มะเร็งในระยะแรกเริ่ม และได้ยาคิดค้นยาต้านมะเร็ง ซึ่งมีส่วนประกอบหลักคือสารเลียนแบบ RNA ฉีดเข้าไปคล้ายการฉีดวัคซีน จะเข้าไปแทรกแซงการทำงานของยีนที่ผิดปกตินั้น ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคมะเร็งเต้านมได้ โดยได้ทำการฉีดให้หนูที่ใช้ในการทดลอง ปรากฏว่า 3 ใน 4 หรือ 75% ของหนูทั้งหมดมีสุขภาพแข็งแรงปกติดี ไม่มีอาการของโรคมะเร็งเต้านมแต่อย่างใด นับว่าเป็นความสำเร็จในระดับที่น่าพึงพอใจมาก อย่างไรก็ดี ยาดังกล่าวยังป้องกันได้เฉพาะโรคมะเร็งเต้านมชนิด DCIS เท่านั้น และมันต้องได้รับการศึกษาและพัฒนาอีกมาก เพื่อจะนำมาใช้กับมนุษย์ได้ แต่ก็นับว่ามันเป็นความหวังสำคัญที่จะปกป้องผู้หญิงจากโรคมะเร็งเต้านม คุณผู้หญิงอาจไม่ต้องผ่ตัดเต้านมทิ้ง เหมือนแองเจลินา โจลี เพียงฉีดยาต้านมะเร็งทุก ๆ 6 เดือน เพื่อสกัดการทำงานของเซลล์กระตุ้น ก็จะหายห่วงเรื่อง DCIS ได้เลย

