LATEST MOVIE :

WWW.MOVIEBOOK5000YEARS.COM

-

จะกำจัดเซลลูไลท์ทั้งที ทำให้ถูกวิธีดีกว่านะ

ผิวบุ๋มๆ ดูขรุขระที่บั้นท้าย ต้นขา และหน้าท้อง เป็นเรื่องที่ชวนให้สาว ๆ เสียความมั่นใจเสียจริงๆ เซลลูไลท์" ไม่เข้าใครออกใครไม่ว่าจะเป็นคนอ้วนหรือว่าคนผอมก็ล้วนแต่สามารถประสบปัญหาประการนี้ได้ด้วยกันทั้งนั้นเราก็เลยได้เห็นหลากหลายวิธี และต่างๆ นานาผลิตภัณฑ์ที่อวดอ้างสรรพคุณว่าสลายเซลลูไลท์คืนผิวเรียบกระชับกลับมาได้ .. แหม แต่ถ้าทำได้ง่ายๆ ป่านนี้ใครๆ ก็คงมีผิวกระชับสวยกันไปหมดแล้วล่ะค่ะ ที่พูดแบบนี้ก็เพราะว่า หลายต่อหลายวิธีที่เราอาจกำลังพยายามกันอยู่นั้นไม่ใช่หนทางที่จะรับมือกับเซลลูไลท์ได้อย่างตรงจุด เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะทำเท่าไหร่เจ้าผิวเปลือกส้มแสนขรุขระก็เลยไม่ยอมโบกมือบ๊ายบายหายไปจากชีวิตเสียที เพื่อให้ไม่ต้องเสียเวลาทดลองกับวิธีที่ไม่ได้ผล มาดูกันหน่อยดีกว่าว่า วิธีไหนบ้างที่ไม่เวิร์ก และวิธีไหนที่ช่วยคุณได้จริงๆ

      1. การนวดครีม โลชั่น เจล ลงไป ไม่ช่วยอะไรเลย
          ครีม โลชั่น หรือเจลอะไรก็ตาม ที่อ้างว่าเมื่อหมั่นใช้นวดบริเวณที่เป็นปัญหาแล้วจะช่วยให้เซลลูไลท์หายไปได้ที่จริงแล้วไม่มีตัวไหนที่ใช้ได้ผลจริง ๆ หรอกค่ะ แม้ว่ามันจะแพงแค่ไหนก็ตาม เพราะเซลลูไลท์ไม่ใช่ปัญหาผิว แต่เป็นเพียงผลข้างเคียงจากปัญหาที่อยู่ภายใต้ผิวลงไป คือการวางตัวของเยื่อไฟเบอร์ที่ผิดปกติ จึงไปดักเอาเนื้อเยื่อและเซลล์ไขมันไว้มากจนปลิ้น และทำให้ผิวนูนเป็นตะปุ่มตะป่ำดังกล่าว หากจะแก้ปัญหาจริง ๆ ก็ต้องโฟกัสลงไปที่สาเหตุ ถ้าแค่ใช้ครีมมาทาถูนวดแก้ปัญหาอะไรไม่ได้แน่นอน
      2. ทรีทเม้นท์แพงๆ ก็ไม่ได้ผล
          ทรีทเม้นท์แพงๆ ตามคลินิกหรือสปาเพื่อความงาม ไม่ว่าจะเป็นการนวดสุญญากาศหรือใช้พลาสติกพันขา ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาให้ผิวเปลือกส้มหายไป ที่หายไปก็เห็นจะมีแต่สตางค์ในกระเป๋าของคุณเท่านั้น ตราบเท่าที่ไม่ได้แก้ปัญหาที่สาเหตุ เซลลูไลท์ไม่ยอมจากคุณไปง่าย ๆ หรอกค่ะ 
      3. อย่าเพิ่งเสียกำลังใจ เซลลูไลท์ไม่ใช่ลักษณะถ่ายทอดทางพันธุกรรม
          หลาย ๆ คนที่ไม่ว่าจะหาทางกำจัดเซลลูไลท์อย่างไรก็ไม่ได้ผลเสียที อาจหลงคิดไปว่ามันคงเป็นลักษณะที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม เป็นแล้วเป็นเลยตลอดชีวิตไม่มีทางหาย แต่ความจริงแล้วเจ้าผิวเปลือกส้มตัวร้ายนี้เป็นลักษณะที่เกิดเฉพาะบุคคลไม่ถ่ายทอดกันเด็ดขาด แม่ของคุณอาจจะมีเซลลูไลท์และคุณเองก็มีด้วย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นลักษณะที่ถ่ายทอดกันมา เพียงแต่ว่ายังหาทางที่จะกำจัดมันออกไปไม่ได้กันทั้งคู่เสียมากกว่าค่ะ เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งเสียกำลังใจ วิธีที่จะลดมันไปได้มีอยู่จริงนะ
      4. ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ คุณยังกำจัดเซลลูไลท์ได้เสมอ 
          ไม่ว่าจะเป็นสาวแรกรุ่น วัยทำงาน หลังคลอดลูก หรือวัยหมดประจำเดือน ก็ยังไม่สายเกินไปหากว่าคุณคิดจะกำจัดเจ้าผิวเปลือกส้มตะปุ่มตะป่ำนี้ออกไปอย่างจริงจัง เพราะว่าสาเหตุของปัญหาคือการเรียงตัวของเยื่อไฟเบอร์การเน้นบริการกล้ามเนื้อและพื้นผิวเฉพาะจุดให้ได้ขยับเคลื่อนไหวอย่างหนักแน่นมากพอและสม่ำเสมอ จะค่อยๆ ช่วยให้เซลลูไลท์จางหายไปได้ บริหารเฉพาะส่วนแบบนี้ไม่เกี่ยงอายุหรอก จริงไหมจ๊ะ
      5. ทางเดียวที่จะลดเซลลูไลท์ได้ คือการเคลื่อนไหวร่างกายส่วนล่าง โดยเน้นบริเวณปัญหาให้มากที่สุด
          ในเมื่อเซลลูไลท์คือปัญหาที่เกิดขึ้นจากใต้ชั้นผิว การแก้ปัญหาจึงต้องเจาะจงลงไปเพื่อบริหารส่วนนั้นๆ โดยเฉพาะการออกกำลังกายให้ร่างกายท่อนล่างได้ออกแรงขยับเคลื่อนไหว โดยเน้นบริหารส่วนผิวที่มีปัญหาเป็นพิเศษ จะช่วยให้ไขมันสะสมถูกดึงไปใช้ ก่อเกิดกล้ามเนื้อที่จะค่อยๆ ดันออกมามองเห็นเป็นลายกล้ามเนื้อชัดเจน ก็จะทำให้ลักษณะของผิวเปลือกส้มหายไป แล้วถูกแทนที่ด้วยผิวที่เฟิร์มกระชับแทน ไม่ใช่แค่ผิวสวย แต่ยังช่วยให้สุขภาพดีด้วยนะ ยิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัวเลยล่ะค่ะ
          ใครที่กำลังพยายามลดเซลลูไลท์อยู่อย่าลืมจำไปใช้ จะได้ลดเซลลูไลท์กันได้อย่างเห็นผลเสียที ไม่เสียเงินและเวลาไปกันฟรีๆ นะจ๊ะ
 อยากรู้ไหม เล่นโยคะท่าไหนกระชับบั้นท้ายได้สุดเป๊ะ !
หนุ่มสาวออฟฟิศที่ได้แต่นั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน ก็คงเจอกับปัญหาเรื่องสัดส่วนที่เริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะสัดส่วนช่วงบั้นท้าย ที่พอส่องกระจกทีไรก็รู้สึกกลุ้มใจทุกที เฮ้อ แล้วอย่างนี้จะออกกำลังกายแบบไหนให้บั้นท้ายกลับไปกระชับตึงได้เหมือนเดิมดีนะ แต่อย่าเพิ่งกังวลใจไปเปล่า เพราะวันนี้เรามี 7 ท่าโยคะกระชับสัดส่วนบั้นท้ายได้สุดเป๊ะ จาก มาฝากกันค่ะ
1. ท่านั่งเก้าอี้ Utkatasana (Chair Pose)

          โยคะท่านี้จะต้องใช้กล้ามเนื้อส่วนสะโพก หลังและกล้ามเนื้อส่วนสำคัญของร่างกาย เพื่อที่จะพยุงร่างกายให้สามารถยืนอยู่ในท่านี้ได้ ดังนั้น จึงเป็นท่าที่สามารถกระชับสัดส่วนช่วงบั้นท้ายได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าอยากจะเพิ่มประสิทธิภาพในการกระชับสัดส่วนมากขึ้น แนะนำให้ทำท่านี้แบบบิดก้นเล็กน้อย หรือพยายามยืดเวลาการทำโยคะท่านั่งเก้าอี้ให้นานกว่าปกติก็ได้ค่ะ
 วิธีการฝึก
          ยืนตรงเท้าชิดกัน เหยียดเข่าให้ตึง เกร็งกล้ามเนื้อต้นขาให้เข่ากระชับ
          แยกขาออกเล็กน้อย หายใจเข้าช้า ๆ ยกมือขึ้นตั้งฉากกับพื้น พนมมือ
          หายใจออก ย่อเข่าลงให้มากที่สุดจนขนานกับพื้น
          ยืดอก เหยียดลำตัวให้ตรง พยายามอย่าให้ตัวก้มไปข้างหน้า
          ค้างท่านี้ไว้ 30 วินาที-1 นาที แล้วค่อย ๆ ปล่อยมือลง กลับมายืนตามเดิม
 2. ท่าตรีโกณหมุนกลับ (Triangle Pose)        ท่านี้จะเน้นการยืดตัวตรง และบังคับให้ส่วนสะโพกอยู่ทิศทางเดียวกับแผ่นหลัง ซึ่งจะช่วยยกกระชับกล้ามเนื้อส่วนบั้นท้ายได้อย่างที่ต้องการ และช่วยไม่ให้สะโพกมีขนาดใหญ่ขึ้น โดยโยคะท่าตรีโกณหมุนกลับจะเปลี่ยนแปลงลักษณะของท่าเล็กน้อยตามระดับความชำนาญในการฝึก ดังนั้นหากใครที่ฝึกโยะคะอยู่ในระดับไหน ก็อย่าลืมไปหาท่าที่เหมาะสมกับศักยภาพตัวเองทำดูนะคะ วิธีการฝึกยืนตัวตรง มือทั้ง 2 ประสานกันแบบนมัสการ    หายใจเข้า ค่อย ๆ ก้าวเท้าขวาไปด้านหลัง เปิดปลายเท้าออกด้านนอก ทำมุมประมาณ 90 องศา ห่างจากเท้าซ้ายประมาณ 1 เมตร ให้ฝ่าเท้าซ้ายอยู่กึ่งกลางฝ่าเท้าขวา เข่างอเล็กน้อย ลำตัวช่วงบนอยู่ศูนย์กลางเข่าจนถึงปลายเท้าเป็นเส้นขนาน เก็บท้อง สะโพกเข้าแกนกลางลำตัว สะโพกขนานกัน       หายใจออก เหยียดมือขนานหัวไหล่ งอศอกเล็กน้อย มือขวาวางพื้นขนานกับ ฝ่าเท้าซ้าย งอศอกเล็กน้อย  มือซ้ายเหยียดขึ้นขนานหัวไหล่ ตามองตามปลายนิ้วมือซ้าย หรือเหยียดมือขนานลำตัว ชิดใบหู พยายามเปิดอก ไหล่ แขนซ้าย ตามองขึ้นข้างบน ผ่อนคลายคอ พยายามให้น้ำหนักลงที่ฝ่าเท้าทั้งสองมากกว่าฝ่ามือขวา แล้วค้างท่าไว้ 3-5 ลมหายใจ          กลับมาสู่ท่าเริ่มต้น ในท่ายืนตรง แล้วทำสลับข้าง 
 3. ท่ายืนขาเดียวตัว T (Warriror III Pose)

           ถือเป็นท่าโยคะที่สามารถบริหารได้ทั้งส่วนแขน, ลำตัว และขา ซึ่งสามารถกระชับสัดส่วนช่วงไหล่, แขน, สะโพก และก้นของคุณได้อย่างดี และถ้าหากอยากทำท่านี้ให้ได้นานๆ แนะนำให้กางแขนออกเพื่อช่วยรักษาความสมดุล หรือจะเหยียดแขนตรงไปข้างหน้า โดยที่หาอะไรมาถือไว้ก็ได้ค่ะ
 วิธีการฝึก
 ยืนตัวตรง และมือใช้ทั้ง 2 ประสานกันแบบนมัสการ
          หายใจเข้า มือทั้งสองแตะสะโพก ย่อเข่าซ้ายเล็กน้อย ค่อย ๆ ยกขาขวาขึ้น พยายามเหยียดเป็นแนวเส้นตรงขนานกับสะโพก ลำตัว จนถึงศีรษะ เก็บท้อง สะโพกเข้าแกนกลางลำตัว สะโพกขนานกัน
       หายใจออก เหยียดมือทั้งสองขนานศีรษะ ลำตัว สะโพก และขา พยายามเก็บแขนแนบชิดใบหู เปิดอก ไหล่ แขน มือจะประสานกัน หรือจะเหยียดขนานเป็นแนวเส้นตรงกับหัวไหล่ก็ได้ แล้วค้างท่าไว้ 3-5 ลมหายใจ
          กลับมาสู่ท่าเริ่มต้น ในท่ายืนตรง แล้วทำสลับข้าง
 4. ท่าพระศิวะร่ายรำ Natarajasana (Dancing Shiva)           โยคะท่านี้เลียนแบบมาจากรูปปั้นพระศิวะปางหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะยืนงอขาหนึ่งข้าง และขาอีกข้างหนึ่งก็ยกขึ้นในลักษณะงอกลางอากาศ พร้อมทั้งกางแขนออกด้านข้าง ท่านี้สามารถช่วยกระชับกล้ามเนื้อน่อง, ขา, แขน, หน้าท้อง, สะโพกและก้นได้ดีมาก อีกทั้งยังช่วยกระชับกล้ามเนื้อท้องแขนได้ดีอย่าบอกใครเชียว วิธีการฝึกยืนบนเท้าซ้าย พับขาขวาไปข้างหลัง เอามือขวามาจับเท้าขวาไว้ หายใจเข้า ยกแขนซ้ายขึ้นเหนือศีรษะหายใจออก ยื่นแขนซ้ายออกไปข้างหน้า ดันข้อเท้าขวาและมือขวาไปข้างหลังให้แขนตึง ค้างท่านี้ไว้ และนับ  110          กลับมาในท่าเดิมสลับข้างและผ่อนคลาย
 5. ท่า GODDESS

           โยคะท่า GODDESS เป็นท่าที่กางขาทั้งสองข้างออกกว้าง ๆ ในลักษณะย่อตัวลง ตั้งตัวตรงและพนมมือแนบอก ซึ่งถ้าหากทำท่านี้ได้นาน 1 นาทีหรือมากกว่านั้น จะช่วยกล้ามเนื้อให้เผาผลาญพลังงานส่วนเกินได้ดี โดยเฉพาะกล้ามเนื้อแขน, สะโพกและบั้นท้าย
 วิธีการฝึก
          ย่อเข่า กางขาออกกว้างทำมุมฉากกับพื้น
          ยกแขนแนวตั้งฉาก นิ้วมือชี้ขึ้นสู่ด้านบน พยายามยกหัวไหล่ให้ขนานกับข้อศอก
          หายใจเข้าอย่างช้า ๆ และค่อย ๆ พับแขนลง โดยที่ยังเกร็งหัวไหล่ไว้
          หายใจออกอย่างช้า ๆ แล้วก็พับแขนขึ้น
          ยืนค้างท่านี้ให้ได้นานที่สุด และพับแขนขึ้น-ลงต่อเนื่องกัน 20 ครั้ง
          กางแขนออกข้าลำตัว หายใจเข้า-ออกช้า ๆ และผ่อนคลาย
 6. ท่านักรบ (Warriror II Pose)

           โยคะท่านี้เป็นท่ายอดนิยมที่สามารถกระชับสัดส่วน 3 ส่วนสำคัญในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นก็คือ ไหล่, ต้นขา และน่อง อีกทั้งยังช่วยกระชับหน้าท้องให้เรียบตึง และแก้อาการปวดหลังได้ชะงัดเลยล่ะค่ะ
 วิธีการฝึก
          ยืนตรง เท้าชิดกัน ส้นเท้าและฝ่าเท้าตรงกัน เหยียดเข่าให้ตึง เกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้อง ยืดอก
          หายใจออกช้า ๆ กระโดดแยกเท้าออกกว้าง 3-4 ฟุต กางแขนออกขนานกับพื้น
          หมุนเท้าซ้ายไปทางซ้าย 90 องศา ส่วนเท้าขวาเฉียงมาทางซ้ายเล็กน้อย
          งอเข่าซ้ายลงจนสะโพกซ้ายอยู่ในระดับเข่าซ้าย เข่าซ้ายและส้นเท้าซ้ายอยู่ในแนวเดียวกันในแนวดิ่ง ขาขวาตึง
          เหยียดแขนทั้งสองข้าง แขนซ้ายไปทางซ้าย แขนขวาไปทางขวา แขนทั้งสองขนานกับพื้นหันหน้าไปทางซ้ายมองที่ปลายนิ้ว
          ยืดเอว ลำตัว และแขนไปทางซ้ายให้มากที่สุด
          ค้างไว้ 30 วินาที-1 นาที คลายท่า
          สลับข้าง ทำท่าเดิม
7. ท่าสะพานโค้ง (Bridge Pose)
     ท่าสะพานโค้งเป็นท่าที่ทำแล้วจะรู้สึกผ่อนคลายมาก เนื่องจากช่วยยืดกล้ามเนื้อร่างกายได้เกือบทุกสัดส่วน อีกทั้งยังสามารถช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกายออกไปได้มากโข โดยเฉพาะส่วนหน้าท้อง, สะโพก หลัง, ไหล่, แขน และมือ และถ้าหากอยากเพิ่มการเผาผลาญไขมัน แนะนำให้ลดตัวลงจนเกือบจะติดพื้น และค่อย ๆ ดึงร่างกายขึ้นไปยังตำแหน่งเดิม (คล้าย ๆ การวิดพื้น) หรือจะใช้วิธียกขาข้างหนึ่งเหยียดตรงก็แล้วแต่สะดวกเลยค่ะ วิธีการฝึกนอนหงาย หลังแนบกับพื้น ชันเข่าขึ้น แยกเท้าห่างเท่ากับความกว้างของสะโพก แขนวางแนบลำตัว          ค่อย ๆ ยกสะโพกขึ้นจนก้นกบอยู่ระนาบเดียวกับหัวเข่า ยกหน้าอกให้อยู่เหนือไหล่ (หากรู้สึกยันตัวไม่ถนัด ให้ขยับเท้าทั้งสองเข้าหาตัวได้เล็กน้อย)หายใจเข้า แล้วกลั้นหายใจไว้ครู่หนึ่ง แล้วค่อยผ่อนลมหายใจอ่อนกลับเข้าสู่ท่าผ่อนคลาย           สาว ๆ หรือหนุ่มคนไหนอยากจะลดสัดส่วนช่วงล่าง ไม่ให้ดูเทอะทะอย่างที่เป็นอยู่ จะลองนำโยคะทั้ง 7 ท่าที่เราแนะนำไปทำดูที่บ้านก็ได้ค่ะ เป็นท่าที่ทำไม่ยากเท่าไรด้วย แต่รับรองผลเลยว่าเด็ดแน่นอน ในกรณีที่ทำอย่างสม่ำเสมอนะจ๊ะ
Share this article :
 
SUPPORT : ទាញយក BLOGER | រៀនថេមផ្លេត | ទាញយកល្អៗ | ទាញយកល្អៗTEMPLATES | NAME | ទាញថេមផ្លេតតាមពេញចិត្ត
COPYRIGHT © 2011. MOVIEBOOKKK.COM--01/19/2015=You Have All Rights Reserved)
Created by Published by name
Created by Published by name